เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
เมือง, พิษณุโลก, Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

EP.101 Med. Topic 21 โรคข้อเข่าเสื่อม : M17 [Osteoarthritis of Knee]

 


โรคข้อเข่าเสื่อม (M17) : Osteoarthritis of Knee
เจ็บเข่า เดินลำบาก ไม่ใช่เรื่องเล็ก… มารู้จักและดูแลตั้งแต่วันนี้”

1. โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่ กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าเสื่อมสภาพ ทำให้ข้อฝืด เจ็บ ปวด และเคลื่อนไหวไม่สะดวก

2. พยาธิสภาพ / ช่วงอายุที่พบบ่อย

  • Ø กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ ข้อเข่าเสียดสีกัน ปวด/บวม
  • Ø มักพบในคนอายุ มากกว่า 50 ปีขึ้นไป

3. ปัจจัยเสี่ยง

  • Ø อายุที่มากขึ้น
  • Ø น้ำหนักเกิน/อ้วน
  • Ø ใช้งานข้อเข่ามาก เช่น ยกของหนัก นั่งพับเพียบ/ขัดสมาธิบ่อย
  • Ø เคยได้รับอุบัติเหตุหรือผ่าตัดข้อเข่า

4. อาการ

  • Ø ปวดเข่าเวลาเดิน/ขึ้นลงบันได
  • Ø ข้อฝืด แข็งตอนตื่นนอน
  • Ø มีเสียง “กรอบแกรบ” เวลาขยับ
  • Ø เข่าผิดรูป เดินไม่ถนัด

5. การรักษา

  • Ø รับประทานยาแก้ปวด ลดอักเสบ
  • Ø กายภาพบำบัด/ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่า
  • Ø ลดน้ำหนัก
  • Ø ฉีดยาหรือสารหล่อลื่นในข้อ
  • Ø ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า (ในรายรุนแรง)

6. การพยาบาล (สำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล)

  • Ø ประเมินอาการปวด และให้การบรรเทาตามแผนการรักษา
  • Ø สอนวิธีใช้ ไม้เท้า/อุปกรณ์พยุง
  • Ø แนะนำท่าลุก-นั่งที่ถูกต้อง ไม่กดเข่ามากเกินไป
  • Ø ส่งเสริมให้ทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง

7. การดูแลตนเองสำหรับบุคคลทั่วไป

  • Ø ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
  • Ø ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินช้า ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
  • Ø หลีกเลี่ยงนั่งพับเพียบ/นั่งยองนาน ๆ
  • Ø ใช้รองเท้าพื้นนุ่ม ลดแรงกระแทก
  • Ø หากปวดมาก/เข่าบวม ควรพบแพทย์

วินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม (M17)

  1. M17F1 ปวดข้อเข่าเนื่องจากการเสื่อมของกระดูกอ่อน (Acute/Chronic Pain related to degeneration of knee joint cartilage)
  2. M17F2 เสี่ยงต่อการหกล้มหรืออุบัติเหตุเนื่องจากการเคลื่อนไหวข้อเข่าจำกัด (Risk for Falls related to impaired joint mobility of the knee)
  3. M17F3 การเคลื่อนไหวร่างกายบกพร่องจากข้อเข่าแข็งและเจ็บ (Impaired Physical Mobility related to knee stiffness and pain)
  4. M17F4 การทำกิจวัตรประจำวันบกพร่องจากความเจ็บปวดและข้อเข่าเสื่อม (Self-Care Deficit related to knee pain and osteoarthritis)
  5. M17F5 เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ (Risk for Complications related to prolonged use of analgesics/NSAIDs)
  6. M17F6 ขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดอาการข้อเข่าเสื่อม (Deficient Knowledge related to self-care for knee osteoarthritis)
  7. M17F7 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าจากความเจ็บปวดเรื้อรังและข้อจำกัดในการใช้ชีวิต (Risk for Depression related to chronic pain and limited daily activities)
  8. M17F8 ความสามารถในการปรับตัวต่อโรคเรื้อรังบกพร่อง (Ineffective Coping related to chronic illness condition)

...............................................

M17F1 ปวดข้อเข่าเนื่องจากการเสื่อมของกระดูกอ่อน (Acute/Chronic Pain related to degeneration of knee joint cartilage)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบ่นปวดเข่าเวลาเดินและขึ้นลงบันได
  • ผู้ป่วยบอกปวดมากช่วงเช้าและตอนเปลี่ยนท่า

O (Objective):

  • สีหน้าแสดงความเจ็บปวด
  • ก้าวเดินช้าลำบาก ใช้มือจับพยุง
  • มีเสียงกรอบแกรบที่ข้อเข่าเมื่อเคลื่อนไหว
  • บางรายพบเข่าบวมเล็กน้อย

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยปวดเข่าลดลง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยสามารถใช้ท่าทาง/อุปกรณ์ช่วยพยุงเพื่อลดการเจ็บปวด
  • ผู้ป่วยเข้าใจวิธีดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดเข่า

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ระดับความปวดลดลง ≥ 50% ภายใน 3 วัน
  • ผู้ป่วยสามารถเดิน/เปลี่ยนท่าได้โดยปวดลดลง
  • ผู้ป่วยอธิบายวิธีดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดได้ถูกต้อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F1I-1: ประเมินระดับความปวดทุก 4–6 ชั่วโมงด้วย Pain scale เพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
  • M17F1I-2: จัดท่านอนและท่านั่งที่เหมาะสม เช่น เหยียดเข่า ไม่งอเข่านาน ลดแรงกดที่ข้อเข่า
  • M17F1I-3: ประคบอุ่นบริเวณเข่าเพื่อช่วยลดปวดและเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • M17F1I-4: สอนการใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุง เพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่าเวลาเดิน
  • M17F1I-5: แนะนำการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps exercise) เพื่อเสริมแรงกล้ามเนื้อรอบเข่า
  • M17F1I-6: ให้ยาบรรเทาปวดตามแผนการรักษาของแพทย์ และติดตามผลข้างเคียงของยา
  • M17F1I-7: แนะนำให้ควบคุมน้ำหนัก เพื่อลดแรงกดลงที่ข้อเข่า
  • M17F1I-8: ให้ความรู้เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ปวดเข่า เช่น นั่งพับเพียบ นั่งยอง หรือยกของหนัก

Response (การตอบสนอง)

  • M17F1R-1: ผู้ป่วยรายงานว่าปวดลดลง จาก 8 เหลือ ≤ 4 คะแนนภายใน 3 วัน
  • M17F1R-2: ผู้ป่วยเดินและเปลี่ยนท่าได้สะดวกขึ้น โดยไม่เจ็บรุนแรง
  • M17F1R-3: ผู้ป่วยสามารถใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุงได้อย่างถูกต้อง
  • M17F1R-4: ผู้ป่วยอธิบายวิธีการดูแลตนเอง เช่น ออกกำลังเบา ๆ และเลี่ยงท่าที่ทำให้เข่าเจ็บ ได้ถูกต้อง
  • M17F1R-5: ผู้ป่วยมีสีหน้า/ท่าทางผ่อนคลายขึ้น ระหว่างทำกิจวัตรประจำวัน

..................................................................................

M17F2 เสี่ยงต่อการหกล้มหรืออุบัติเหตุเนื่องจากการเคลื่อนไหวข้อเข่าจำกัด (Risk for Falls related to impaired joint mobility of the knee)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบ่นว่า “รู้สึกเข่าไม่มีแรง เดินแล้วไม่มั่นคง”
  • ผู้ป่วยกังวลว่าจะหกล้มเวลาเดินหรือขึ้นบันได

O (Objective):

  • สังเกตเห็นผู้ป่วยเดินช้า ก้าวสั้น ต้องใช้ที่พยุง
  • มีอาการเจ็บและข้อเข่าฝืดเมื่อเปลี่ยนท่า
  • พื้นที่โดยรอบเตียง/ห้องมีความเสี่ยง เช่น ของเกะกะ พื้นลื่น

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยไม่เกิดการหกล้มและอุบัติเหตุระหว่างการรักษา
  • ผู้ป่วยสามารถใช้ท่าทางและอุปกรณ์ช่วยเดินได้อย่างปลอดภัย
  • ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจการป้องกันการหกล้มที่บ้าน

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยไม่มีรายงานการหกล้มตลอดระยะการรักษา
  • ผู้ป่วยสามารถใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุงได้ถูกต้อง
  • พื้นที่รอบตัวผู้ป่วยจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย
  • ผู้ป่วยและญาติอธิบายวิธีป้องกันการหกล้มได้ถูกต้อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F2I-1: ประเมินความสามารถในการเดิน ทรงตัว และใช้กล้ามเนื้อเข่าเป็นประจำ
  • M17F2I-2: จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย เช่น เก็บของเกะกะ ปูพื้นกันลื่น จัดแสงสว่างเพียงพอ
  • M17F2I-3: สอนการใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินอย่างถูกต้อง
  • M17F2I-4: แนะนำให้ลุก นั่ง เดิน ช้า ๆ ไม่เปลี่ยนท่าเร็ว
  • M17F2I-5: ให้ผู้ป่วยสวมรองเท้าพื้นนุ่ม กันลื่น ตลอดเวลาที่เดิน
  • M17F2I-6: กระตุ้นการออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อเพิ่มแรงกล้ามเนื้อรอบเข่า
  • M17F2I-7: ให้ความรู้แก่ญาติ/ผู้ดูแลเรื่องการดูแลความปลอดภัย เช่น การพยุง การจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้าน
  • M17F2I-8: ติดตามเฝ้าระวังอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม

Response (การตอบสนอง)

  • M17F2R-1: ผู้ป่วยไม่เกิดการหกล้มหรืออุบัติเหตุในระหว่างการรักษา
  • M17F2R-2: ผู้ป่วยสามารถใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินได้อย่างถูกต้อง
  • M17F2R-3: ผู้ป่วยเดินได้มั่นคงขึ้นและกล้ามเนื้อเข่าแข็งแรงขึ้น
  • M17F2R-4: ญาติ/ผู้ดูแลสามารถอธิบายและปฏิบัติวิธีป้องกันการหกล้มได้ถูกต้อง
  • M17F2R-5: สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการหกล้ม

........................................................................

M17F3 การเคลื่อนไหวร่างกายบกพร่องจากข้อเข่าแข็งและเจ็บ (Impaired Physical Mobility related to knee stiffness and pain)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบ่นว่า “เข่าตึง เดินแล้วปวด ทำให้ขยับยาก”
  • ผู้ป่วยบอกว่าทำกิจกรรมประจำวัน เช่น ขึ้นบันได หรือลุกนั่ง ได้ช้าลง

O (Objective):

  • สังเกตเห็นการเดินช้า ก้าวสั้น
  • ใช้มือจับพยุงเวลาลุกจากเก้าอี้/เตียง
  • เคลื่อนไหวข้อเข่าได้จำกัด มีเสียง “กรอบแกรบ” เมื่อขยับ
  • กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าลีบเล็กลง

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น อาการปวดและตึงลดลง
  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างเหมาะสม
  • กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรงขึ้น ป้องกันการสูญเสียการเคลื่อนไหว

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยรายงานว่าอาการปวด/ตึงลดลงภายใน 1 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยสามารถเดิน ลุก นั่ง ได้โดยใช้แรงน้อยลง
  • ผู้ป่วยทำกายภาพตามคำแนะนำได้อย่างต่อเนื่อง
  • กล้ามเนื้อรอบข้อเข่ามีแรงเพิ่มขึ้น

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F3I-1: ประเมินระดับการเคลื่อนไหวและความปวดของข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ
  • M17F3I-2: จัดท่าผู้ป่วยให้นั่ง/นอนในท่าที่ลดแรงกดต่อข้อเข่า
  • M17F3I-3: สอนและช่วยฝึกออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps exercise)
  • M17F3I-4: ประคบอุ่นเพื่อช่วยลดอาการตึงและเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  • M17F3I-5: สนับสนุนให้ใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน เพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
  • M17F3I-6: ให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมตามความสามารถ โดยเว้นพักเมื่อมีอาการปวด
  • M17F3I-7: ให้ความรู้เรื่องการใช้รองเท้าพื้นนุ่ม กันลื่น ลดแรงกระแทกที่ข้อเข่า
  • M17F3I-8: กระตุ้นและเสริมแรงใจให้ผู้ป่วยทำกายภาพต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

Response (การตอบสนอง)

  • M17F3R-1: ผู้ป่วยรายงานว่าปวดและตึงเข่าลดลง
  • M17F3R-2: ผู้ป่วยสามารถเดินและลุกนั่งได้คล่องตัวขึ้น
  • M17F3R-3: ผู้ป่วยออกกำลังกายตามที่ได้รับการสอนอย่างต่อเนื่อง
  • M17F3R-4: ผู้ป่วยใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์พยุงได้ถูกต้อง
  • M17F3R-5: กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรงขึ้น การทรงตัวดีขึ้น

................................................................................

M17F4 การทำกิจวัตรประจำวันบกพร่องจากความเจ็บปวดและข้อเข่าเสื่อม (Self-Care Deficit related to knee pain and osteoarthritis)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “เจ็บเข่า ลุกขึ้นยืนเองลำบาก”
  • ผู้ป่วยบอกว่าทำกิจวัตร เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ไม่นานก็ปวดเข่า

O (Objective):

  • สังเกตว่าผู้ป่วยใช้เวลาในการแต่งตัว/อาบน้ำ นานกว่าปกติ
  • ผู้ป่วยต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นในบางกิจกรรม
  • เดินหรือเคลื่อนไหวช้า ใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองมากที่สุด
  • ลดความเจ็บปวดและเพิ่มความมั่นใจในการดูแลตนเอง
  • เสริมการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาผู้อื่นในระยะยาว

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยรายงานว่าสามารถอาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหารได้ด้วยตนเองมากขึ้น
  • ระดับความปวดลดลง ส่งผลให้ทำกิจวัตรง่ายขึ้น
  • ผู้ป่วยใช้วิธีหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือได้เหมาะสม
  • ผู้ป่วยมีท่าทีมั่นใจและพึงพอใจในการดูแลตนเอง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F4I-1: ประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันแต่ละด้าน (กินข้าว แต่งตัว อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ)
  • M17F4I-2: ประเมินและติดตามระดับความเจ็บปวดที่รบกวนการทำกิจกรรม
  • M17F4I-3: จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น เก้าอี้นั่งสูง ห้องน้ำมีราวจับ
  • M17F4I-4: สอนผู้ป่วยใช้เทคนิคการประหยัดพลังงาน เช่น นั่งทำกิจกรรมแทนการยืน
  • M17F4I-5: สนับสนุนการใช้เครื่องช่วย เช่น ไม้เท้า รองเท้าเสริมพื้นกันลื่น
  • M17F4I-6: ช่วยเหลือเฉพาะกิจกรรมที่ผู้ป่วยทำเองไม่ได้ เพื่อไม่ลดทอนความมั่นใจ
  • M17F4I-7: กระตุ้นให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเบา ๆ รักษาความแข็งแรงกล้ามเนื้อ
  • M17F4I-8: ให้คำแนะนำครอบครัวในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ป่วยพึ่งพามากเกินไป

Response (การตอบสนอง)

  • M17F4R-1: ผู้ป่วยรายงานว่าสามารถอาบน้ำ แต่งตัว และรับประทานอาหารได้สะดวกขึ้น
  • M17F4R-2: ผู้ป่วยใช้ไม้เท้า/ราวจับได้ถูกต้องและปลอดภัย
  • M17F4R-3: ผู้ป่วยมีอาการเจ็บลดลง สามารถทำกิจกรรมต่อเนื่องได้
  • M17F4R-4: ผู้ป่วยแสดงความมั่นใจในการดูแลตนเองมากขึ้น
  • M17F4R-5: ครอบครัวรายงานว่าสามารถช่วยผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ทำให้พึ่งพามากเกินไป

.................................................................

M17F5 เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ (Risk for Complications related to prolonged use of analgesics/NSAIDs)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่าใช้ยาแก้ปวด/ยาต้านการอักเสบต่อเนื่อง
  • ผู้ป่วยกังวลว่าจะมีผลข้างเคียงจากยา

O (Objective):

  • มีประวัติการใช้ยา NSAIDs/ยาแก้ปวดนานเกิน 2 สัปดาห์
  • ตรวจพบมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น แน่นท้อง คลื่นไส้
  • มีประวัติความดันโลหิตสูงหรือโรคไตร่วมด้วย (เป็นปัจจัยเสี่ยง)

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนของยา
  • ผู้ป่วยมีความรู้และปฏิบัติได้ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยา
  • ครอบครัวมีส่วนร่วมในการสังเกตอาการผิดปกติ

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ไม่มีอาการผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ปัสสาวะลดลง
  • ผู้ป่วยอธิบายวิธีการใช้ยาและข้อควรระวังได้ถูกต้อง
  • ผู้ป่วยและครอบครัวรายงานว่าสามารถสังเกตอาการเตือนภาวะแทรกซ้อนได้

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F5I-1: ประเมินประวัติการใช้ยา ปริมาณ และระยะเวลาอย่างละเอียด
  • M17F5I-2: เฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระดำ
  • M17F5I-3: ติดตามค่าการทำงานของไตและตับตามแผนการรักษาของแพทย์
  • M17F5I-4: แนะนำให้รับประทานยาหลังอาหารหรือพร้อมนม เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ
  • M17F5I-5: ให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัวเรื่องอาการเตือนที่ควรมาพบแพทย์ทันที
  • M17F5I-6: ประสานทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนยา หรือใช้การรักษาเสริม
  • M17F5I-7: บันทึกและรายงานอาการไม่พึงประสงค์ต่อแพทย์ทันที

Response (การตอบสนอง)

  • M17F5R-1: ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้
  • M17F5R-2: ผู้ป่วยสามารถบอกวิธีใช้ยาและข้อควรระวังได้ถูกต้อง
  • M17F5R-3: ผู้ป่วยและครอบครัวสังเกตอาการเตือนและรายงานได้ทันที
  • M17F5R-4: ผลตรวจการทำงานของตับและไตอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • M17F5R-5: ผู้ป่วยรายงานว่ามีความมั่นใจในการใช้ยามากขึ้น

................................................................................

M17F6 ขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดอาการข้อเข่าเสื่อม (Deficient Knowledge related to self-care for knee osteoarthritis)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “ไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรเพื่อลดอาการปวดเข่า”
  • ผู้ป่วยถามเกี่ยวกับวิธีออกกำลังกาย การใช้ยา และการปรับพฤติกรรม

O (Objective):

  • ผู้ป่วยไม่ปฏิบัติการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง
  • พฤติกรรมการดูแลตนเองไม่เหมาะสม เช่น นั่งพับเพียบ ยกของหนัก
  • ผู้ป่วยไม่มีความรู้เรื่องการควบคุมน้ำหนักและท่าทางที่ถูกต้อง

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยเข้าใจวิธีการดูแลตนเองเพื่อลดอาการข้อเข่าเสื่อม
  • ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้อย่างถูกต้อง
  • ครอบครัวสามารถสนับสนุนผู้ป่วยในการดูแลตนเอง

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยสามารถอธิบายวิธีออกกำลังกายและท่าทางที่เหมาะสมได้
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการควบคุมน้ำหนักและพฤติกรรมที่ลดแรงกดเข่า
  • ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถระบุอาการเตือนและวิธีปฏิบัติได้

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F6I-1: ประเมินความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมและการดูแลตนเอง
  • M17F6I-2: ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบเข่าและท่าทางที่ถูกต้อง
  • M17F6I-3: แนะนำการควบคุมน้ำหนักและผลกระทบต่อข้อเข่า
  • M17F6I-4: สอนวิธีใช้ไม้เท้า อุปกรณ์พยุง และรองเท้าพื้นนุ่มเพื่อลดแรงกระแทก
  • M17F6I-5: สอนการปรับกิจกรรมประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงนั่งพับเพียบ ยกของหนัก
  • M17F6I-6: ให้เอกสาร/ภาพประกอบการดูแลตนเองเพื่อให้ผู้ป่วยทบทวนที่บ้าน
  • M17F6I-7: สนับสนุนให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแล
  • M17F6I-8: ติดตามและให้คำแนะนำเพิ่มเติมตามความเข้าใจและความสามารถของผู้ป่วย

Response (การตอบสนอง)

  • M17F6R-1: ผู้ป่วยสามารถอธิบายวิธีออกกำลังกายและท่าทางที่ถูกต้องได้
  • M17F6R-2: ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการควบคุมน้ำหนักและการดูแลข้อเข่า
  • M17F6R-3: ครอบครัวสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
  • M17F6R-4: ผู้ป่วยรายงานความมั่นใจในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น
  • M17F6R-5: ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการเตือนและปฏิบัติได้ทันเวลา

...........................................................................

M17F7 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าจากความเจ็บปวดเรื้อรังและข้อจำกัดในการใช้ชีวิต (Risk for Depression related to chronic pain and limited daily activities)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “รู้สึกท้อแท้ ปวดเข่าแล้วทำกิจกรรมได้น้อย”
  • ผู้ป่วยรู้สึกเครียด กังวล หรือเบื่อหน่ายชีวิตประจำวัน

O (Objective):

  • สีหน้าแสดงความทุกข์หรือซึมเศร้า
  • พฤติกรรมลดการเข้าสังคม หรือเลี่ยงกิจกรรมเดิม
  • อาการเจ็บเข่าเรื้อรังและการเคลื่อนไหวจำกัดชัดเจน

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยปรับอารมณ์และทัศนคติได้ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยยังคงมีส่วนร่วมในกิจกรรมประจำวันและสังคมได้มากขึ้น
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยรายงานอารมณ์ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและความท้อแท้
  • ผู้ป่วยยังสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ แม้มีข้อจำกัดบางส่วน
  • ผู้ป่วยแสดงท่าทีสนใจในกิจกรรมสังคมหรือกิจกรรมบำบัด
  • ผู้ป่วยมีความร่วมมือในการบำบัดและการดูแลตนเอง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F7I-1: ประเมินสภาวะอารมณ์และความเสี่ยงซึมเศร้าอย่างสม่ำเสมอ
  • M17F7I-2: ให้ผู้ป่วยแสดงความรู้สึกและพูดคุยเกี่ยวกับความวิตกกังวลและความทุกข์
  • M17F7I-3: สนับสนุนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผู้ป่วยสนใจ เช่น กิจกรรมบำบัด หรือกลุ่มสังคม
  • M17F7I-4: ให้ความรู้ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเจ็บปวดเรื้อรังและภาวะซึมเศร้า
  • M17F7I-5: ใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจ การทำสมาธิ
  • M17F7I-6: ประสานงานกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ หากมีอาการซึมเศร้ารุนแรง
  • M17F7I-7: ติดตามและสนับสนุนให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมประจำวันตามความสามารถ

Response (การตอบสนอง)

  • M17F7R-1: ผู้ป่วยรายงานอารมณ์ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลและท้อแท้
  • M17F7R-2: ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมประจำวันและกิจกรรมสังคมมากขึ้น
  • M17F7R-3: ผู้ป่วยสามารถแสดงความรู้สึกและสื่อสารความวิตกกังวลได้
  • M17F7R-4: ผู้ป่วยและครอบครัวมีความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความเจ็บปวดและภาวะซึมเศร้า
  • M17F7R-5: ผู้ป่วยร่วมมือกับแผนการบำบัดและสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามคำแนะนำ

.................................................................................

M17F8 ความสามารถในการปรับตัวต่อโรคเรื้อรังบกพร่อง (Ineffective Coping related to chronic illness condition)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “ไม่รู้จะจัดการกับอาการปวดเข่าและชีวิตประจำวันอย่างไร”
  • รู้สึกท้อแท้หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง

O (Objective):

  • ผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง
  • แสดงท่าทีหดหู่ หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมประจำวัน
  • ไม่มีการวางแผนหรือปรับตัวต่อการใช้ชีวิตร่วมกับโรค

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยสามารถปรับตัวและรับมือกับอาการปวดและข้อจำกัดของโรคได้
  • ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมการรับมือเชิงบวก เช่น ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามแผน
  • ครอบครัวสนับสนุนและช่วยผู้ป่วยปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)

  • ผู้ป่วยสามารถวางแผนกิจกรรมประจำวันและปรับตารางชีวิตได้ตามข้อจำกัดของโรค
  • ผู้ป่วยใช้เทคนิคการรับมือและแก้ปัญหาได้เหมาะสม
  • ผู้ป่วยมีท่าทีมั่นใจและพร้อมปรับตัวต่อโรคเรื้อรัง
  • ครอบครัวรายงานว่าสามารถช่วยผู้ป่วยปรับตัวได้

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M17F8I-1: ประเมินความเข้าใจและทัศนคติของผู้ป่วยต่อโรคข้อเข่าเสื่อม
  • M17F8I-2: ให้ความรู้เรื่องการจัดการโรคเรื้อรังและการปรับพฤติกรรมประจำวัน
  • M17F8I-3: สอนเทคนิคการแก้ปัญหาและการรับมือความเจ็บปวด เช่น การแบ่งกิจกรรม การพักระหว่างกิจกรรม
  • M17F8I-4: สนับสนุนให้ผู้ป่วยตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
  • M17F8I-5: ประเมินความเครียดและสนับสนุนการผ่อนคลาย เช่น ฝึกหายใจลึก สมาธิสั้น ๆ
  • M17F8I-6: กระตุ้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการสนับสนุนการปรับตัว
  • M17F8I-7: ติดตามและปรับแผนการดูแลตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย

Response (การตอบสนอง)

  • M17F8R-1: ผู้ป่วยสามารถวางแผนกิจกรรมประจำวันและปรับตัวได้ดีขึ้น
  • M17F8R-2: ผู้ป่วยใช้เทคนิคการรับมือความเจ็บปวดและข้อจำกัดของโรคได้เหมาะสม
  • M17F8R-3: ผู้ป่วยแสดงความมั่นใจในการจัดการชีวิตประจำวัน
  • M17F8R-4: ครอบครัวสามารถสนับสนุนผู้ป่วยและร่วมปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
  • M17F8R-5: ผู้ป่วยลดท่าทีวิตกกังวลและท้อแท้ต่อโรคเรื้อรัง

..........................................................................

📚 เอกสารอ้างอิง

  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กรมการแพทย์.
  • สมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย. (2564). แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. กรุงเทพฯ: สมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่งประเทศไทย.
  • Wagner, M. (2025). Osteoarthritis: Nursing Diagnoses & Care Plans. NurseTogether. Retrieved from https://www.nursetogether.com/osteoarthritis-nursing-diagnosis-care-plan/NurseTogether
  • Nurseslabs. (2024). 6 Osteoarthritis Nursing Care Plans. Nurseslabs. Retrieved from https://nurseslabs.com/osteoarthritis-nursing-care-plans/Nurseslabs+1

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568

EP.100 Med. Topic 20 โรคเกาต์ : M10 [Gout]

 

🦶 โรคเกาต์ (M10 : Gout)

ปวดข้อรุนแรง ข้อบวม แดง ร้อน ต้องสงสัยเกาต์!”

1. ความหมายของโรคเกาต์

  • เกิดจากการที่ กรดยูริกในเลือดสูง แล้วตกผลึกที่ข้อ ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน

2. พยาธิสภาพ

  • ยูริกตกผลึกตามข้อ อักเสบ ปวดบวมแดง
  • หากเป็นนานๆ อาจมี ก้อนโทฟัส (Tophi) ตามข้อ/ใบหู
  • เสี่ยงไตเสื่อมและนิ่วในไต
  • มักพบช่วงอายุ ผู้ชาย 30–50 ปี พบบ่อย
  • ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนก็มีโอกาสสูงขึ้น

3. ปัจจัยเสี่ยง

  • ดื่มแอลกอฮอล์ 🍺
  • กินอาหารพิวรีนสูง (เครื่องในสัตว์, อาหารทะเล, น้ำอัดลมหวาน)
  • โรคอ้วน, เบาหวาน, ไตเสื่อม
  • พันธุกรรม

4. อาการ

  • ปวดข้อรุนแรงทันทีทันใด (มักเริ่มที่โคนนิ้วโป้งเท้า)
  • ข้อบวม แดง ร้อน
  • บางครั้งมีไข้ร่วมด้วย

5. การรักษา

  • ยาแก้อักเสบ/ลดกรดยูริก ตามแพทย์สั่ง
  • ประคบเย็น ลดปวดบวม
  • หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นโรค
  • ควบคุมน้ำหนัก

6. การพยาบาล (สำหรับพยาบาล)

  • ประเมินอาการปวดข้อ
  • ให้ความรู้เรื่องอาหารและการปรับพฤติกรรม
  • ติดตามผลเลือดกรดยูริกและการทำงานของไต
  • สนับสนุนการใช้ยาอย่างถูกต้อง

7. การดูแลสำหรับบุคคลทั่วไป

ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
ลดอาหารพิวรีนสูง (เครื่องใน, อาหารทะเล, น้ำอัดลม)
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ไปพบแพทย์เมื่อมีอาการปวดข้อรุนแรง

......................................

🦶 วินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยโรคเกาต์ : M10 [Gout]

  1. M10F1 ปวดข้อเฉียบพลันจากการอักเสบ (Acute joint pain related to inflammation)
  2. M10F2 เสี่ยงต่อข้อบวมแดงรุนแรงจนจำกัดการเคลื่อนไหว (Risk for impaired physical mobility due to severe joint inflammation)
  3. M10F3 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต เช่น ไตเสื่อม หรือนิ่วในไต (Risk for renal complications such as kidney impairment or stones)
  4. M10F4 ขาดความรู้ในการดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคเกาต์ (Deficient knowledge regarding self-care in gout)
  5. M10F5 เสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำจากพฤติกรรมการกินและดื่ม (Risk for recurrent gout attacks related to lifestyle habits)
  6. M10F6 ความวิตกกังวลจากอาการเจ็บปวดและกลัวการกลับมาเป็นซ้ำ (Anxiety related to pain and fear of recurrence)
  7. M10F7 ความสามารถในการทำกิจกรรมประจำวันลดลง (Activity intolerance related to joint pain and stiffness)
  8. M10F8 ความต้องการการวางแผนจำหน่ายและการดูแลต่อเนื่อง (Need for discharge planning and continuity of care)

..................................................................

M10F1 ปวดข้อเฉียบพลันจากการอักเสบ (Acute joint pain related to inflammation)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า "ปวดข้อรุนแรง เดินไม่ได้"
  • ปวดมากเวลาเคลื่อนไหวหรือน้ำหนักกดลงที่ข้อ

O (Objective):

  • ข้อบวม แดง ร้อน
  • สีหน้าแสดงความเจ็บปวด
  • คะแนน Pain scale 7–9/10
  • เคลื่อนไหวข้อจำกัด

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยมีอาการปวดลดลง
  • ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนได้เพียงพอ
  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานได้
  • ลดการอักเสบของข้อ

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • Pain scale ลดลงเหลือ ≤ 3/10
  • ข้อบวมแดงลดลง
  • ผู้ป่วยพักผ่อนและนอนหลับได้ดี
  • ผู้ป่วยยิ้ม พูดคุยได้ ไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวด

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F1I-1: ประเมินระดับความปวดด้วย Pain scale ทุก 2–4 ชั่วโมง
  • M10F1I-2: ให้ยาแก้ปวดและยาต้านอักเสบตามแผนการรักษาแพทย์
  • M10F1I-3: จัดท่านอนหรือท่าข้อให้เหมาะสม ลดการกดทับและการเคลื่อนไหวที่ทำให้ปวด
  • M10F1I-4: ประคบเย็นบริเวณข้อที่อักเสบ เพื่อลดบวมและปวด
  • M10F1I-5: แนะนำให้พักข้อ งดการเดินหรือใช้งานข้อที่อักเสบจนกว่าอาการทุเลา
  • M10F1I-6: ให้ความรู้ผู้ป่วย/ญาติเรื่องหลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูงและการดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • M10F1I-7: สนับสนุนด้านจิตใจ รับฟัง และลดความกังวลเกี่ยวกับอาการปวด

Response (การตอบสนอง)

  • M10F1R-1: ผู้ป่วยรายงานว่าปวดลดลง Pain scale ≤ 3/10
  • M10F1R-2: อาการข้อบวมแดงลดลง เคลื่อนไหวได้มากขึ้น
  • M10F1R-3: ผู้ป่วยพักผ่อนและนอนหลับได้ดีขึ้น
  • M10F1R-4: ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันเบื้องต้นได้ เช่น รับประทานอาหาร เดินเข้าห้องน้ำ

........................................................................

M10F2 เสี่ยงต่อข้อบวมแดงรุนแรงจนจำกัดการเคลื่อนไหว (Risk for impaired physical mobility due to severe joint inflammation)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “เดินลำบาก เคลื่อนไหวแล้วเจ็บมาก”
  • กลัวว่าจะขยับข้อไม่ได้

O (Objective):

  • ข้อบวม แดง ร้อน
  • การเคลื่อนไหวของข้อจำกัด (ROM ลดลง)
  • ต้องมีคนช่วยในการทำกิจวัตรประจำวันบางอย่าง
  • เดินได้ระยะสั้น หรือต้องใช้ไม้เท้า/อุปกรณ์ช่วย

Goals (เป้าหมาย)

  • ป้องกันไม่ให้ข้ออักเสบรุนแรงจนเคลื่อนไหวไม่ได้
  • ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวข้อได้อย่างปลอดภัย
  • ส่งเสริมให้ทำกิจวัตรประจำวันได้มากที่สุด
  • ลดความเสี่ยงพิการหรือข้อผิดรูปในอนาคต

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อได้ในระดับที่ไม่เจ็บรุนแรง
  • ไม่มีภาวะข้อบวมแดงเพิ่มขึ้น
  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมประจำวัน เช่น รับประทานอาหาร เดินเข้าห้องน้ำ ได้ด้วยตนเอง
  • ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการดูแลตนเองมากขึ้น

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F2I-1: ประเมินการเคลื่อนไหวของข้อ (ROM) ทุกวัน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลง
  • M10F2I-2: จัดท่าข้อให้ถูกต้องและยกสูง เพื่อลดบวมและป้องกันข้อติด
  • M10F2I-3: ประคบเย็นในระยะอักเสบเฉียบพลัน เพื่อบรรเทาปวดและลดบวม
  • M10F2I-4: กระตุ้นให้พักข้อ งดการลงน้ำหนักที่ข้อที่ปวด โดยใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหากจำเป็น
  • M10F2I-5: สอนการทำกายบริหารเบาๆ เมื่ออาการอักเสบลดลง เพื่อคงการเคลื่อนไหวข้อ
  • M10F2I-6: ให้ความรู้เรื่องโภชนาการ ดื่มน้ำมากๆ และควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยลดภาระข้อ
  • M10F2I-7: สนับสนุนด้านจิตใจ ให้กำลังใจผู้ป่วยเพื่อลดความกลัวการเคลื่อนไหว

Response (การตอบสนอง)

  • M10F2R-1: ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวข้อได้มากขึ้น โดยไม่เจ็บรุนแรง
  • M10F2R-2: อาการข้อบวมแดงลดลงอย่างชัดเจน
  • M10F2R-3: ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้ด้วยตนเอง
  • M10F2R-4: ผู้ป่วยแสดงออกถึงความมั่นใจในการดูแลตนเองและกล้าเคลื่อนไหวมากขึ้น

...........................................................

M10F3 เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต เช่น ไตเสื่อม หรือนิ่วในไต (Risk for renal complications such as kidney impairment or stones)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “ปัสสาวะไม่ค่อยออก” หรือ “ปวดเอวเป็นๆ หายๆ”
  • กังวลว่าจะเป็นโรคไตเพราะหมอบอกยูริกสูง

O (Objective):

  • มีประวัติกรดยูริกในเลือดสูง
  • ปัสสาวะน้อยลง/มีอาการปวดเอว
  • ผลตรวจปัสสาวะพบยูริกสูงหรือตะกอน
  • ผลเลือด/ค่าไต (BUN, Creatinine) มีแนวโน้มสูงขึ้น

Goals (เป้าหมาย)

  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไต
  • รักษาการทำงานของไตให้นานที่สุด
  • ผู้ป่วยเข้าใจและปฏิบัติตัวลดความเสี่ยงโรคไตได้
  • ลดการสะสมกรดยูริกในร่างกาย

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ปริมาณปัสสาวะ > 1,500 มล./วัน
  • ไม่มีอาการปวดเอวหรือปัสสาวะแสบขัด
  • ค่าไต (BUN, Creatinine) คงที่หรือลดลง
  • ผู้ป่วยบอกวิธีดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคไตได้ถูกต้อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F3I-1: ประเมินปริมาณและสีของปัสสาวะทุกวัน
  • M10F3I-2: ส่งเสริมให้ดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร เว้นกรณีมีข้อห้าม
  • M10F3I-3: ให้ความรู้เรื่องการหลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง และลดเกลือโซเดียม
  • M10F3I-4: เฝ้าติดตามผลตรวจ BUN, Creatinine, Uric acid อย่างต่อเนื่อง
  • M10F3I-5: สังเกตอาการปวดเอว ปัสสาวะขัด หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ
  • M10F3I-6: ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยาลดกรดยูริกอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง
  • M10F3I-7: ประสานแพทย์เมื่อพบความผิดปกติทางไตหรือสงสัยนิ่ว

Response (การตอบสนอง)

  • M10F3R-1: ผู้ป่วยมีปริมาณปัสสาวะเพียงพอ ≥ 1,500 มล./วัน
  • M10F3R-2: ผู้ป่วยไม่มีอาการปวดเอวหรือปัสสาวะผิดปกติ
  • M10F3R-3: ค่าไต (BUN, Creatinine) อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือคงที่
  • M10F3R-4: ผู้ป่วยบอกวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตได้ถูกต้อง และปฏิบัติได้จริง

.................................................................................

M10F4 ขาดความรู้ในการดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคเกาต์ (Deficient knowledge regarding self-care in gout)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “ไม่รู้ว่าต้องเลี่ยงอาหารอะไร”
  • คิดว่าเกาต์รักษาหายด้วยยาก็พอ ไม่ต้องปรับพฤติกรรม”

O (Objective):

  • ผู้ป่วยยังคงรับประทานอาหารพิวรีนสูง (เช่น เครื่องใน อาหารทะเล)
  • ผู้ป่วยดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้ป่วยดื่มน้ำน้อย < 1 ลิตร/วัน
  • ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาลดกรดยูริก

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคเกาต์
  • ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • ผู้ป่วยสามารถบอกแนวทางการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยอธิบายสาเหตุและวิธีป้องกันโรคเกาต์ได้
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำได้ เช่น การดื่มน้ำ การเลือกอาหาร
  • ผู้ป่วยรับประทานยาลดกรดยูริกต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง
  • การกลับมาเป็นซ้ำของอาการปวดข้อมีความถี่ลดลง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F4I-1: ประเมินความรู้เดิมของผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคเกาต์
  • M10F4I-2: อธิบายสาเหตุของโรคและผลของกรดยูริกสูงต่อข้อและไต
  • M10F4I-3: สอนการเลือกอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (อาหารพิวรีนสูง, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, น้ำอัดลมหวาน)
  • M10F4I-4: แนะนำการดื่มน้ำสะอาดวันละ 8–10 แก้ว เพื่อช่วยขับกรดยูริก
  • M10F4I-5: ให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น เดินช้าๆ ว่ายน้ำ
  • M10F4I-6: อธิบายความสำคัญของการใช้ยาลดกรดยูริกต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง
  • M10F4I-7: แจกเอกสาร/สื่อความรู้ หรือสอนซ้ำเพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจตรงกัน

Response (การตอบสนอง)

  • M10F4R-1: ผู้ป่วยอธิบายสาเหตุและวิธีป้องกันเกาต์ได้ถูกต้อง
  • M10F4R-2: ผู้ป่วยลดการรับประทานอาหารพิวรีนสูง และงดดื่มแอลกอฮอล์ได้
  • M10F4R-3: ผู้ป่วยดื่มน้ำมากขึ้นเฉลี่ยวันละ ≥ 2 ลิตร
  • M10F4R-4: ผู้ป่วยรับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

.......................................................................

M10F5 เสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำจากพฤติกรรมการกินและดื่ม (Risk for recurrent gout attacks related to lifestyle habits)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “ชอบทานเครื่องใน/อาหารทะเล”
  • เลิกดื่มเบียร์ไม่ได้”
  • บางครั้งลืมกินยาลดกรดยูริก”

O (Objective):

  • พบว่าผู้ป่วยยังคงรับประทานอาหารพิวรีนสูง
  • มีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์สัปดาห์ละหลายครั้ง
  • น้ำหนักเกินมาตรฐาน (BMI > 25)
  • ไม่สม่ำเสมอในการติดตามการรักษา

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกาต์กำเริบ
  • ผู้ป่วยสามารถเลือกอาหารและเครื่องดื่มได้เหมาะสม
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ต่อเนื่อง
  • ลดโอกาสการเกิดอาการปวดข้อซ้ำ

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยบอกได้ว่าอาหาร/เครื่องดื่มใดควรเลี่ยง
  • ผู้ป่วยลดการดื่มแอลกอฮอล์และอาหารพิวรีนสูงได้จริง
  • ผู้ป่วยดื่มน้ำเพียงพอ ≥ 2 ลิตร/วัน
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำและใช้ยาต่อเนื่อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F5I-1: ประเมินพฤติกรรมการกินและดื่มของผู้ป่วยอย่างละเอียด
  • M10F5I-2: อธิบายความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำเมื่อยังคงกินอาหารพิวรีนสูงหรือดื่มแอลกอฮอล์
  • M10F5I-3: ให้ความรู้เรื่องอาหารที่ควรเลือก เช่น เนื้อไม่ติดมัน ผัก ผลไม้ที่พิวรีนต่ำ
  • M10F5I-4: แนะนำให้งดหรือลดแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมหวาน
  • M10F5I-5: แนะนำการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8–10 แก้ว
  • M10F5I-6: ให้คำปรึกษาเรื่องการควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
  • M10F5I-7: กระตุ้นการใช้ยาและการนัดติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • M10F5I-8: ให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลและสนับสนุนการปรับพฤติกรรม

Response (การตอบสนอง)

  • M10F5R-1: ผู้ป่วยสามารถบอกได้ว่าอาหารและเครื่องดื่มใดควรเลี่ยง
  • M10F5R-2: ผู้ป่วยลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้
  • M10F5R-3: ผู้ป่วยเลือกอาหารที่เหมาะสมและดื่มน้ำเพียงพอทุกวัน
  • M10F5R-4: ผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลงหรือควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • M10F5R-5: ผู้ป่วยมีการกำเริบของโรคเกาต์ลดลงอย่างชัดเจน

....................................................................

M10F6 ความวิตกกังวลจากอาการเจ็บปวดและกลัวการกลับมาเป็นซ้ำ (Anxiety related to pain and fear of recurrence)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “กลัวข้อปวดจะกลับมาอีก”
  • นอนไม่หลับเพราะคิดว่าปวดข้ออีก”

O (Objective):

  • สีหน้าแสดงความวิตกกังวล
  • กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ
  • ชีพจรเต้นเร็วหรือความดันสูงเล็กน้อย
  • ผู้ป่วยถามซ้ำเรื่องการป้องกันโรคเกาต์

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลลดลง
  • ผู้ป่วยสามารถจัดการความกังวลได้ด้วยตนเอง
  • ผู้ป่วยพักผ่อนได้เพียงพอ
  • ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยรายงานความวิตกกังวลลดลง
  • ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้ 6–8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ผู้ป่วยสามารถอธิบายวิธีป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของเกาต์ได้
  • ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมคลายความเครียดได้ถูกต้อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F6I-1: ประเมินระดับความวิตกกังวลและปวดข้อทุกกะ
  • M10F6I-2: ฟังความกังวลของผู้ป่วยและให้การสนับสนุนทางจิตใจ
  • M10F6I-3: สอนเทคนิคคลายความเครียด เช่น การหายใจลึก ช่วงผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
  • M10F6I-4: แนะนำให้ทำกิจกรรมเบาๆ ตามความสามารถ เช่น เดินสั้นๆ หรือฟังเพลง
  • M10F6I-5: ให้ข้อมูลและความรู้เรื่องการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของเกาต์
  • M10F6I-6: ประสานครอบครัวสนับสนุนผู้ป่วยให้มั่นใจและลดความกลัว
  • M10F6I-7: จัดสภาพแวดล้อมให้สงบ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยพักผ่อนได้เพียงพอ

Response (การตอบสนอง)

  • M10F6R-1: ผู้ป่วยรายงานความวิตกกังวลลดลง
  • M10F6R-2: ผู้ป่วยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ดีขึ้น
  • M10F6R-3: ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมคลายเครียดได้ตามคำแนะนำ
  • M10F6R-4: ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการป้องกันอาการปวดข้อซ้ำ
  • M10F6R-5: ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมผ่อนคลายและไม่กระสับกระส่ายบ่อย

..................................................................

M10F7 ความสามารถในการทำกิจกรรมประจำวันลดลง (Activity intolerance related to joint pain and stiffness)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “เดินหรือทำงานบ้านแล้วปวดข้อมาก”
  • เหนื่อยง่ายและพักนานกว่าปกติ”

O (Objective):

  • เดินหรือเคลื่อนไหวช้า
  • ใช้ความพยายามมากขึ้นในการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น อาบน้ำ รับประทานอาหาร
  • สีหน้าแสดงความเหนื่อยล้า
  • วัดชีพจร/ความดันสูงขึ้นขณะทำกิจกรรม

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันบางส่วนได้ด้วยตนเอง
  • ลดความเหนื่อยและปวดเมื่อทำกิจกรรม
  • เพิ่มความอดทนและสมรรถภาพร่างกายอย่างเหมาะสม
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการไม่เคลื่อนไหว

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น เดิน อาบน้ำ รับประทานอาหารได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป
  • ผู้ป่วยรายงานความเหนื่อยลดลง
  • ชีพจรและความดันขณะทำกิจกรรมอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ผู้ป่วยรู้วิธีจัดการกิจกรรมให้เหมาะสมกับข้อและอาการปวด

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F7I-1: ประเมินระดับความเหนื่อยและปวดข้อก่อน ระหว่าง และหลังทำกิจกรรม
  • M10F7I-2: แนะนำการแบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้นๆ พักระหว่างทำ
  • M10F7I-3: สนับสนุนการใช้เครื่องช่วยเดินหรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว
  • M10F7I-4: แนะนำท่าทางที่ถูกต้องและการจัดข้อเพื่อลดปวด
  • M10F7I-5: แนะนำการบริหารกล้ามเนื้อเบาๆ และยืดข้อเมื่ออาการอักเสบลดลง
  • M10F7I-6: ให้ความรู้เรื่องการปรับสิ่งแวดล้อม เช่น เก้าอี้สูง พื้นเรียบ ป้องกันล้ม
  • M10F7I-7: สนับสนุนด้านจิตใจ เพื่อผู้ป่วยมีความมั่นใจในการทำกิจกรรม

Response (การตอบสนอง)

  • M10F7R-1: ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันพื้นฐานได้ด้วยตนเอง
  • M10F7R-2: ผู้ป่วยเหนื่อยน้อยลงเมื่อทำกิจกรรม
  • M10F7R-3: ผู้ป่วยสามารถใช้เครื่องช่วยหรือจัดท่าทางลดปวดได้
  • M10F7R-4: ผู้ป่วยมีความมั่นใจและกล้าเคลื่อนไหวมากขึ้น
  • M10F7R-5: ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการไม่เคลื่อนไหว เช่น ลิ่มเลือดหรือกล้ามเนื้อลีบ

..............................................................................

M10F8 ความต้องการการวางแผนจำหน่ายและการดูแลต่อเนื่อง (Need for discharge planning and continuity of care)

Assessment (การประเมิน)

S (Subjective):

  • ผู้ป่วยบอกว่า “กังวลว่าจะดูแลตัวเองที่บ้านไม่ถูกต้อง”
  • กลัวอาการกลับมาเป็นซ้ำ”

O (Objective):

  • ขาดความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวหลังจำหน่าย
  • ยังไม่เข้าใจวิธีใช้ยาและโภชนาการที่เหมาะสม
  • ไม่มีเครือข่ายสนับสนุนที่บ้านหรือคนดูแล
  • มีอาการปวดข้อ/ข้อบวมคงเหลือแต่ระดับเล็กน้อย

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจแผนการดูแลต่อเนื่องหลังจำหน่าย
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาและโภชนาการได้ถูกต้อง
  • ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของเกาต์
  • มีการติดตามผลและนัดพบแพทย์ตามแผน

Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถอธิบายการดูแลตนเองได้
  • ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาและอาหารอย่างถูกต้อง
  • ผู้ป่วยไปตามนัดพบแพทย์และตรวจติดตามครบถ้วน
  • ผู้ป่วยไม่เกิดอาการเกาต์กำเริบภายใน 1–3 เดือนหลังจำหน่าย

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • M10F8I-1: ประเมินความเข้าใจของผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการดูแลต่อเนื่อง
  • M10F8I-2: ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยาและการปฏิบัติตัวที่บ้าน
  • M10F8I-3: จัดทำแผนการนัดพบแพทย์และตรวจติดตามที่ชัดเจน
  • M10F8I-4: ให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการ ลดอาหารพิวรีนสูง และดื่มน้ำเพียงพอ
  • M10F8I-5: ประสานเครือข่ายครอบครัวหรือผู้ดูแลให้ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติตัว
  • M10F8I-6: แจกเอกสาร/สื่อความรู้เพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน
  • M10F8I-7: ติดตามผู้ป่วยทางโทรศัพท์หรือผ่านระบบ Telehealth เพื่อยืนยันการปฏิบัติตัว

Response (การตอบสนอง)

  • M10F8R-1: ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถอธิบายการดูแลตนเองหลังจำหน่ายได้
  • M10F8R-2: ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องยาและอาหารได้ถูกต้อง
  • M10F8R-3: ผู้ป่วยไปตามนัดพบแพทย์และตรวจติดตามครบถ้วน
  • M10F8R-4: ผู้ป่วยไม่เกิดอาการเกาต์กำเริบภายในระยะติดตาม
  • M10F8R-5: ผู้ป่วยและครอบครัวรู้สึกมั่นใจและลดความวิตกกังวลในการดูแลตนเอง

......................................................................

📚 เอกสารอ้างอิง

  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางการรักษาโรคเกาต์. สืบค้นจาก https://www.dms.go.th
  • สมาคมโรคข้ออักเสบแห่งประเทศไทย. (2565). โรคเกาต์: การวินิจฉัยและการรักษา. วารสารสมาคมโรคข้ออักเสบแห่งประเทศไทย, 15(2), 45-52.
  • Koopmann, K. (2024). Gout: Nursing Diagnosis & Interventions. Nurse.com. Retrieved from https://www.nurse.com/clinical-guides/gout/Nurse.com
  • StatPearls. (2025). Gout - StatPearls. National Center for Biotechnology Information. Retrieved from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK546606/NCBI

......................................................................

Bottom of Form