พัฒนาระบบบันทึกทางการพยาบาลบนกระดาษ เป็นการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ [BH-PL.NR] ผ่านโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช [EMRs Budhos-HIS paperless : EMRs BH-PL]
วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2568
วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568
EP.57 จิตเวชหัวข้อ 17: โรคสมาธิสั้น (Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder - ADHD) F90
Psych. Topic 17 : Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder - ADHD -F90
🎯 โรคสมาธิสั้น (ADHD - F90)
เด็กไม่อยู่กับที่ ผู้ใหญ่ใจร้อน วอกแวกง่าย...อาจไม่ใช่แค่
"นิสัย" แต่อาจเป็น "โรคสมาธิสั้น"
🧠พยาธิสภาพ / สาเหตุ
สมองส่วนที่ควบคุมสมาธิ การวางแผน
และการยับยั้งพฤติกรรมทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะสารสื่อประสาทอย่าง
"โดปามีน" และ "นอร์อิพิเนฟริน" น้อยเกินไป
⚠️ปัจจัยที่ทำให้เกิด
- กรรมพันธุ์ (พ่อแม่พี่น้องมีแนวโน้มเป็น)
- น้ำหนักแรกเกิดต่ำ
- การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ของแม่ขณะตั้งครรภ์
- สภาพแวดล้อมกระตุ้นสูง ขาดระเบียบ
💊การรักษา
- ยากลุ่มกระตุ้นระบบประสาท เช่น methylphenidate
- การบำบัดพฤติกรรม (Behavioral Therapy)
- การปรับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดสิ่งรบกวน จัดตารางชีวิต
🩺การพยาบาล
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ให้เด็กหรือผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย
- ช่วยจัดตารางกิจวัตรประจำวันอย่างมีระเบียบ
- สังเกตพฤติกรรมและผลข้างเคียงของยา
- สอนพ่อแม่และผู้ดูแลให้เข้าใจโรคและวิธีรับมือ
👨👩👧👦การดูแลสำหรับบุคคลทั่วไป
- อย่าดุว่า “ดื้อ” แต่ควรใช้คำสั่งชัดเจน สั้นๆ เข้าใจง่าย
- สร้างกิจวัตรที่คงที่ เช่น เวลานอน กิน เล่น
- ลดสิ่งรบกวนรอบตัวขณะทำกิจกรรม เช่น ปิดทีวี/มือถือ
- ชมเชยเมื่อมีพฤติกรรมที่ดี เพื่อเสริมแรงบวก
…………………………………………………………..
🩺 วินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (F90)
- F90F1 มีพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น (Risk for self-harm or harm to others) เกิดจากการขาดการควบคุมตนเอง กระทำโดยไม่คิดไตร่ตรอง
- F90F2 มีสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้นาน (Impaired attention and concentration) ทำให้การเรียนรู้และใช้ชีวิตประจำวันมีปัญหา
- F90F3 มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ควบคุมตนเองไม่ได้ (Impulsivity and poor self-control) อาจแสดงพฤติกรรมรุนแรง พูดแทรก วิ่งซุกซนเกินวัย
- F90F4 มีความเครียดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถตนเอง (Anxiety related to self-performance) รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าเพื่อน ถูกตำหนิบ่อย ทำให้ขาดความมั่นใจ
- F90F5 นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ (Sleep pattern disturbance) เนื่องจากความวอกแวก กระสับกระส่าย ส่งผลต่อการเรียนและพฤติกรรมในวันถัดไป
- F90F6 ครอบครัวมีความเครียด ขาดทักษะในการดูแล (Family stress and ineffective coping)ผู้ปกครองไม่เข้าใจโรค มีปัญหาในการตั้งกฎเกณฑ์และการให้รางวัล/ลงโทษ
- F90F7 ขาดทักษะการเข้าสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (Impaired social interaction) มีปัญหากับเพื่อน พูดไม่รู้กาลเทศะ ไม่เข้าใจอารมณ์คนอื่น
- F90F8 เสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยา (Risk for adverse effects of medication) เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หงุดหงิด ต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
- F90F9 ขาดการติดตามต่อเนื่องจากระบบบริการสุขภาพ (Ineffective health maintenance) ผู้ป่วย/ครอบครัวขาดความเข้าใจในการนัดติดตาม รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ
- F90F10 ขาดความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา (Readiness for enhanced social and academic integration) ต้องได้รับการวางแผนช่วยเหลืออย่างเป็นระบบก่อนจำหน่ายหรือกลับสู่สังคม
………………………………………………………………………..
🩺 F90F1 มีพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
(Risk for self-harm or harm to others)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ปกครองรายงานว่าผู้ป่วยมักแสดงพฤติกรรมรุนแรงเมื่อโกรธ
- ผู้ป่วยพูดว่า “ไม่อยากอยู่แล้ว” หรือ “อยากทำลายของ”
O:
- ผู้ป่วยมีพฤติกรรมขว้างของ ตะโกนเสียงดัง
- มีรอยขีดข่วนตามแขน
- มีประวัติพฤติกรรมเสี่ยง เช่น วิ่งออกจากห้องเรียน
- ไม่สามารถหยุดพฤติกรรมตนเองเมื่อถูกรบกวน
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยปลอดภัยจากการทำร้ายตนเองและผู้อื่น
- ผู้ป่วยสามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมตนเองได้ดีขึ้น
- ครอบครัวมีทักษะในการจัดการพฤติกรรมเสี่ยง
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)
- ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทำร้ายตนเอง/ผู้อื่นในระยะเวลาที่กำหนด
- ผู้ป่วยแสดงทักษะในการควบคุมตนเองได้ในสถานการณ์ที่เครียด
- ครอบครัวสามารถใช้เทคนิคควบคุมพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F1I-1: ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นทุกวัน และเมื่อเกิดสถานการณ์กระตุ้น
- F90F1I-2: จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย เช่น เก็บของมีคมและสิ่งที่อาจใช้ทำร้ายตนเอง
- F90F1I-3: อยู่ใกล้ชิดเพื่อสังเกตพฤติกรรมในช่วงที่ผู้ป่วยมีอารมณ์แปรปรวน
- F90F1I-4: ใช้เทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจเมื่อตรวจพบพฤติกรรมเสี่ยง
- F90F1I-5: ฝึกทักษะควบคุมอารมณ์ร่วมกับนักจิตวิทยา เช่น การหายใจลึกๆ หรือนับเลข
- F90F1I-6: ให้คำแนะนำแก่ครอบครัวเกี่ยวกับวิธีตอบสนองต่อพฤติกรรมเสี่ยงอย่างใจเย็นและไม่ใช้ความรุนแรง
- F90F1I-7: บันทึกความถี่ ลักษณะ และสถานการณ์กระตุ้นของพฤติกรรม เพื่อใช้วางแผนการดูแลต่อเนื่อง
- F90F1I-8: ประสานทีมสหวิชาชีพ เช่น จิตแพทย์ ครู หรือนักบำบัด เพื่อดูแลแบบองค์รวม
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F1R-1: ผู้ป่วยไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทำร้ายตนเองในระยะ 3 วัน
- F90F1R-2: ผู้ป่วยสามารถแจ้งอารมณ์ตนเองได้ เช่น “ตอนนี้รู้สึกโกรธ”
- F90F1R-3: ครอบครัวสามารถดูแลผู้ป่วยในบ้านได้อย่างมั่นใจและไม่เกิดความรุนแรง
- F90F1R-4: ผู้ป่วยเริ่มใช้เทคนิคควบคุมอารมณ์ได้ เช่น การนับเลขเมื่อโกรธ
- F90F1R-5: ทีมดูแลร่วมมีแผนการดูแลต่อเนื่องก่อนจำหน่าย
……………………………………………………………………….
F90F2 มีสมาธิสั้น
ไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้นาน (Impaired attention and concentration)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วยบอกว่า “เบื่อเร็ว” หรือ “ทำอะไรไม่นานก็ล้า”
- ครอบครัวแจ้งว่าผู้ป่วยไม่สามารถนั่งเรียนหรือนั่งทำกิจกรรมได้นาน
O:
- ผู้ป่วยเปลี่ยนกิจกรรมบ่อยในเวลาอันสั้น
- มีพฤติกรรมวอกแวกง่าย หันไปมองหรือเล่นสิ่งรอบตัว
- ผลการเรียนหรือการทำงานต่ำกว่าศักยภาพ
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้อย่างน้อย 10–15 นาทีต่อครั้ง
- ลดพฤติกรรมวอกแวกขณะทำกิจกรรม
- ครอบครัวมีความรู้ในการส่งเสริมสมาธิให้ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)
- ผู้ป่วยสามารถอยู่กับกิจกรรมได้ตามเวลาที่กำหนด
- ผู้ป่วยมีสมาธิเพิ่มขึ้นในการทำกิจกรรมประจำวัน
- ครอบครัวมีส่วนร่วมในการฝึกสมาธิให้ผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F2I-1: ประเมินระดับสมาธิของผู้ป่วยในแต่ละวัน โดยใช้กิจกรรมที่ชัดเจน เช่น การต่อบล็อก วาดภาพ
- F90F2I-2: จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับช่วงอายุ และแบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยทำสำเร็จ
- F90F2I-3: ใช้การเสริมแรงเชิงบวก เช่น คำชม หรือรางวัลเล็กๆ เมื่อผู้ป่วยสามารถจดจ่อกับกิจกรรมได้
- F90F2I-4: จัดสิ่งแวดล้อมให้มีสิ่งรบกวนน้อย เช่น ห้องเรียนหรือพื้นที่เล่นที่เงียบ
- F90F2I-5: ฝึกกิจกรรมที่เสริมสมาธิ เช่น วาดรูประบายสี เล่นเกมฝึกความจำ หรือฝึกโยคะเบื้องต้น
- F90F2I-6: สอนเทคนิค “ตั้งเวลา” ให้ผู้ป่วยรู้จักจับเวลาในการทำกิจกรรมทีละช่วง
- F90F2I-7: ให้คำแนะนำผู้ปกครองในการกำหนดกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ
- F90F2I-8: ประสานงานกับครูหรือผู้ดูแลในโรงเรียน เพื่อร่วมกันออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้ป่วย
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F2R-1: ผู้ป่วยสามารถอยู่กับกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ≥ 15 นาทีต่อครั้ง
- F90F2R-2: ผู้ป่วยมีพฤติกรรมวอกแวกขณะทำกิจกรรมน้อยลงอย่างชัดเจน
- F90F2R-3: ครอบครัวรายงานว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีสมาธิได้นานขึ้น
- F90F2R-4: ครูหรือผู้ดูแลแจ้งว่าผู้ป่วยสามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้นในห้องเรียน
- F90F2R-5: ผู้ป่วยรู้สึกภูมิใจและอยากทำกิจกรรมให้สำเร็จในแต่ละวัน
…………………………………………………………………..
F90F3 มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น
ควบคุมตนเองไม่ได้ (Impulsivity and poor self-control)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วยบอกว่า “อดไม่ไหว” หรือ “ต้องทำทันที”
- ผู้ปกครองแจ้งว่าผู้ป่วยมักตอบแทรก หรือขัดจังหวะบทสนทนา
O:
- ผู้ป่วยพูดแทรกบ่อย ขณะผู้อื่นยังพูดไม่จบ
- มีพฤติกรรมวิ่ง ซุกซน ไม่อยู่กับที่
- แสดงอารมณ์รุนแรงหากถูกขัดใจ เช่น โยนของ ตะโกนเสียงดัง
- ขัดจังหวะกิจกรรมของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถควบคุมพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นได้ดีขึ้น
- ผู้ป่วยสามารถรอคอยและทำตามลำดับขั้นตอน
- ครอบครัวสามารถจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยด้วยวิธีที่เหมาะสม
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมินผล)
- ผู้ป่วยมีพฤติกรรมรอคอยและไม่พูดแทรกลดลง
- ผู้ป่วยแสดงความสามารถในการควบคุมตนเองได้มากขึ้น
- ครอบครัวรายงานว่าการจัดการพฤติกรรมของผู้ป่วยง่ายขึ้น
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F3I-1: ประเมินความถี่และสถานการณ์ที่ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น
- F90F3I-2: ใช้การตั้งกติกาชัดเจน เช่น “พูดเมื่อถึงตา” หรือ “ยกมือก่อนพูด”
- F90F3I-3: ฝึกเทคนิค "หยุด คิด ทำ" โดยสอนให้ผู้ป่วยหยุดและคิดก่อนลงมือทำ
- F90F3I-4: ใช้ระบบรางวัลทันที เมื่อผู้ป่วยควบคุมตนเองได้ เช่น การ์ดสะสมดาว
- F90F3I-5: จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบ ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ผู้ป่วยกระวนกระวาย
- F90F3I-6: ใช้กิจกรรมระบายพลังงานอย่างเหมาะสม เช่น เต้น วิ่ง เล่นเกมสร้างสรรค์
- F90F3I-7: ประเมินการตอบสนองร่วมกับครอบครัวทุกสัปดาห์ และปรับแผนดูแลตามผล
- F90F3I-8: ให้คำปรึกษาครอบครัวเกี่ยวกับการตอบสนองเชิงบวกและการตั้งขอบเขตที่เหมาะสม
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F3R-1: ผู้ป่วยสามารถรอคอยโดยไม่พูดแทรก ≥ 3 ครั้ง/วัน
- F90F3R-2: ผู้ป่วยมีพฤติกรรมควบคุมตนเองในสถานการณ์กระตุ้นได้ดีขึ้น
- F90F3R-3: ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมตามขั้นตอนได้โดยไม่ขัดจังหวะ
- F90F3R-4: ครอบครัวสามารถใช้วิธีจัดการพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม
- F90F3R-5: ผู้ป่วยมีความภาคภูมิใจในตนเองเมื่อควบคุมพฤติกรรมได้
…………………………………………………………………………………
F90F4 มีความเครียดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถตนเอง
(Anxiety related to self-performance)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วยพูดว่า “หนูทำไม่ได้” / “หนูไม่เก่ง”
- แสดงความกังวลเมื่อถูกให้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ
- บ่นว่าถูกตำหนิหรือเปรียบเทียบกับเพื่อนบ่อยครั้ง
O:
- สีหน้าเคร่งเครียด เลี่ยงการสบตา
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมใหม่ๆ หรือกิจกรรมที่เคยล้มเหลว
- เก็บตัว ไม่กล้าพูดในกลุ่ม
- มีพฤติกรรมวิตก เช่น เคาะโต๊ะ กัดเล็บ เดินวน
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตนเองได้มากขึ้น
- ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีจัดการกับความเครียดหรือความกังวลได้
- ครอบครัวสนับสนุนและหลีกเลี่ยงการตำหนิผู้ป่วย
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยกล้าทำกิจกรรมโดยไม่หลีกเลี่ยง
- ผู้ป่วยพูดถึงจุดแข็งของตนเองได้
- ผู้ป่วยแสดงความพึงพอใจในสิ่งที่ตนทำได้
- ครอบครัวมีพฤติกรรมสนับสนุนทางบวกมากขึ้น
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F4I-1: ประเมินระดับความกังวลของผู้ป่วยในแต่ละสถานการณ์
- F90F4I-2: รับฟังและสะท้อนความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน เพื่อเสริมความเข้าใจตนเอง
- F90F4I-3: กระตุ้นให้ผู้ป่วยระบุจุดแข็งและความสามารถของตน
- F90F4I-4: สอนเทคนิคผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก นับเลข หรือกำมือ-คลายมือ
- F90F4I-5: วางเป้าหมายรายวันให้สำเร็จได้ง่าย เพื่อสร้างความมั่นใจแบบค่อยเป็นค่อยไป
- F90F4I-6: ใช้การเสริมแรงทางบวก เช่น คำชม การให้รางวัลเล็กๆ เมื่อผู้ป่วยกล้าทำสิ่งใหม่
- F90F4I-7: ให้คำแนะนำกับผู้ปกครองในการพูดจาให้กำลังใจ แทนการตำหนิ
- F90F4I-8: ประสานทีมจิตวิทยา/จิตแพทย์เด็กหากมีอาการวิตกกังวลต่อเนื่อง
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F4R-1: ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมที่หลีกเลี่ยงมาก่อนได้โดยไม่เครียด
- F90F4R-2: ผู้ป่วยแสดงออกถึงความมั่นใจในตนเองมากขึ้น เช่น กล้าพูด/กล้าแสดงออก
- F90F4R-3: ผู้ป่วยสามารถระบุจุดแข็งของตนเองได้ ≥ 2 อย่าง
- F90F4R-4: ผู้ป่วยใช้เทคนิคผ่อนคลายเมื่อรู้สึกเครียดได้อย่างเหมาะสม
- F90F4R-5: ครอบครัวให้การสนับสนุนทางอารมณ์โดยไม่ตำหนิผู้ป่วย
………………………………………………………….
F90F5 นอนไม่หลับ
พักผ่อนไม่เพียงพอ (Sleep pattern disturbance)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วยพูดว่า “หนูนอนไม่หลับ” / “ยังไม่ง่วง”
- ผู้ปกครองรายงานว่าเด็กเข้านอนดึก นอนหลับยาก หรือตื่นกลางดึกบ่อย
- บ่นว่าเหนื่อย เพลียในช่วงกลางวัน
O:
- กระสับกระส่ายขณะเข้านอน
- แสดงพฤติกรรมหงุดหงิด ไม่มีสมาธิในช่วงกลางวัน
- รอยคล้ำใต้ตา หรือหลับในขณะทำกิจกรรม
- มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนเป็นเวลานาน
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยนอนได้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อคืน
- ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการนอนที่เหมาะสม
- ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการนอน
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยเข้านอนตรงเวลาและหลับได้ภายใน 30 นาที
- ผู้ป่วยไม่มีอาการง่วงมากหรือหลับในระหว่างวัน
- จำนวนชั่วโมงการนอนเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม
- ผู้ป่วยมีพฤติกรรมสงบและมีสมาธิในช่วงกลางวัน
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F5I-1: ประเมินรูปแบบการนอน การนอนหลับ และกิจกรรมก่อนนอนของผู้ป่วย
- F90F5I-2: ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับความสำคัญของการนอน
- F90F5I-3: แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้จอ (มือถือ/แท็บเล็ต/TV) อย่างน้อย 1 ชม.ก่อนนอน
- F90F5I-4: ช่วยจัดกิจวัตรก่อนนอน เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านนิทาน ฟังเพลงเบาๆ
- F90F5I-5: ปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น ไฟสลัว ห้องเงียบ อุณหภูมิสบาย
- F90F5I-6: กระตุ้นให้เข้านอนและตื่นนอนตรงเวลาทุกวัน แม้ในวันหยุด
- F90F5I-7: หากมีอาการกระสับกระส่ายรุนแรง ร่วมประเมินโดยจิตแพทย์เด็ก
- F90F5I-8: ติดตามผลการนอนเป็นประจำโดยใช้สมุดบันทึกการนอนร่วมกับผู้ปกครอง
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F5R-1: ผู้ป่วยหลับได้ภายใน 30 นาทีหลังเข้านอน
- F90F5R-2: จำนวนชั่วโมงการนอน ≥ 8 ชม.ต่อคืน อย่างน้อย 5 วัน/สัปดาห์
- F90F5R-3: ผู้ป่วยไม่มีพฤติกรรมง่วงหรือหลับในช่วงกลางวัน
- F90F5R-4: ผู้ปกครองรายงานว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมก่อนนอนเป็นระบบมากขึ้น
- F90F5R-5: ผู้ป่วยแสดงอารมณ์และสมาธิในระหว่างวันดีขึ้น
………………………………………………………………..
F90F6 ครอบครัวมีความเครียด
ขาดทักษะในการดูแล (Family stress and ineffective coping)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ปกครองบ่นว่า “เหนื่อยมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูก”
- รู้สึกผิดหรือสงสัยว่าการเลี้ยงดูเป็นสาเหตุของปัญหา
- ไม่มีแนวทางจัดการเมื่อลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
O:
- ความสัมพันธ์ในบ้านตึงเครียด
- ผู้ปกครองพูดเสียงดัง ข่มขู่ หรือลงโทษโดยไม่สม่ำเสมอ
- ขาดการชมเชยหรือเสริมแรงเมื่อเด็กมีพฤติกรรมดี
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ครอบครัวเข้าใจธรรมชาติของโรค ADHD
- ผู้ปกครองมีทักษะในการดูแล ส่งเสริมพฤติกรรมบวกของเด็ก
- ความเครียดของครอบครัวลดลง และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ปกครองสามารถอธิบายโรค ADHD ได้ถูกต้อง
- ผู้ปกครองสามารถใช้วิธีเสริมแรงทางบวกได้อย่างเหมาะสม
- ครอบครัวมีปฏิสัมพันธ์ที่สงบ ลดการใช้คำพูดรุนแรง
- เด็กมีพฤติกรรมร่วมมือมากขึ้นเมื่ออยู่บ้าน
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F6I-1: ประเมินระดับความรู้ ความเข้าใจของครอบครัวเกี่ยวกับโรค ADHD
- F90F6I-2: จัดกิจกรรมให้ความรู้โรค ADHD แบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างพฤติกรรม
- F90F6I-3: แนะนำเทคนิคการเลี้ยงดูเชิงบวก เช่น การตั้งกติกา การใช้ระบบรางวัล
- F90F6I-4: ฝึกทักษะการจัดการอารมณ์สำหรับผู้ปกครอง เช่น หายใจลึก นับ 1–10
- F90F6I-5: ส่งเสริมการชมเชยเมื่อเด็กทำสิ่งที่ดี เช่น “แม่ภูมิใจที่ลูกตั้งใจฟัง”
- F90F6I-6: ให้คำแนะนำในการลงโทษที่เหมาะสม เช่น การตัดสิทธิ์ชั่วคราว
- F90F6I-7: จัดกลุ่มให้คำปรึกษาสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกเป็น ADHD
- F90F6I-8: ส่งต่อทีมสหวิชาชีพหากพบความเครียดสูง หรือความรุนแรงในครอบครัว
- F90F6I-9: ติดตามพฤติกรรมครอบครัวโดยสม่ำเสมอ และปรับแผนดูแลตามบริบท
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F6R-1: ผู้ปกครองสามารถอธิบายธรรมชาติของโรค ADHD ได้
- F90F6R-2: ผู้ปกครองมีการเสริมแรงทางบวกกับเด็กมากขึ้น
- F90F6R-3: เด็กมีพฤติกรรมตอบสนองดีขึ้นต่อกติกาในบ้าน
- F90F6R-4: ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น มีบรรยากาศอบอุ่น
- F90F6R-5: ระดับความเครียดของผู้ปกครองลดลง สังเกตได้จากพฤติกรรมและการพูดคุย
………………………………………………………………………
F90F7 ขาดทักษะการเข้าสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
(Impaired social interaction)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- เด็กบ่นว่า “ไม่มีเพื่อนเล่น” หรือ “เพื่อนไม่คุยด้วย”
- ผู้ปกครองรายงานว่าเด็กมักมีปัญหาเวลาเข้าสังคม พูดโพล่งโดยไม่ดูสถานการณ์
- ครูสังเกตว่าเด็กชอบขัดจังหวะหรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมในการเล่นกับเพื่อน
O:
- เด็กเล่นคนเดียว หรือมีปฏิสัมพันธ์แบบรบกวนเพื่อน
- แสดงพฤติกรรมไม่เข้าใจอารมณ์ เช่น หัวเราะเวลาคนอื่นร้องไห้
- พูดแทรก พูดเสียงดังโดยไม่เหมาะสม
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- เด็กสามารถเข้าสังคมได้ดีขึ้น สื่อสารเหมาะสมกับสถานการณ์
- เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และลดพฤติกรรมรบกวนผู้อื่น
- มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับเพื่อน
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- เด็กสามารถรอคิว เล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้
- ลดการพูดแทรกหรือขัดจังหวะ
- เข้าใจอารมณ์พื้นฐานของผู้อื่น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ
- มีเพื่อนหรือผู้ร่วมกิจกรรมที่ยินดีเล่นด้วย
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F7I-1: ประเมินทักษะการเข้าสังคมของเด็กในแต่ละสถานการณ์
- F90F7I-2: สอนเด็กให้รู้จักแยกแยะอารมณ์ของผู้อื่นผ่านภาพ การเล่าเรื่อง หรือบทบาทสมมติ
- F90F7I-3: ฝึกการสนทนาอย่างเหมาะสม เช่น การรอฟัง พูดทีละคน
- F90F7I-4: ใช้เกมหรือกิจกรรมกลุ่มเล็กเพื่อฝึกการเล่นร่วมกันอย่างมีมารยาท
- F90F7I-5: ชมเชยหรือให้รางวัลเมื่อเด็กมีพฤติกรรมสังคมที่เหมาะสม เช่น "หนูรอคิวได้ดีมาก"
- F90F7I-6: กระตุ้นให้เด็กเล่นกับเพื่อนในกิจกรรมที่เขาสนใจร่วมกัน
- F90F7I-7: ให้คำแนะนำผู้ปกครองในการฝึกทักษะทางสังคมต่อเนื่องที่บ้าน
- F90F7I-8: ติดตามพฤติกรรมทางสังคมของเด็กและปรับแผนให้เหมาะกับพัฒนาการ
- F90F7I-9: ส่งต่อจิตแพทย์เด็กหรือนักกิจกรรมบำบัดหากมีปัญหารุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อการฝึก
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F7R-1: เด็กสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในลักษณะที่เหมาะสม
- F90F7R-2: เด็กแสดงพฤติกรรมรอฟัง ไม่พูดแทรกหรือขัดจังหวะ
- F90F7R-3: เข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นได้ดีขึ้นและตอบสนองอย่างเหมาะสม
- F90F7R-4: มีเพื่อนร่วมกิจกรรมมากขึ้นและมีความสุขในการเข้าสังคม
- F90F7R-5: ผู้ปกครองรายงานว่าพฤติกรรมเด็กดีขึ้นเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
………………………………………………………………………
F90F8 เสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยา
(Risk for adverse effects of medication)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ปกครองหรือเด็กแจ้งว่าเบื่ออาหารหรือไม่อยากทานอาหาร
- ผู้ปกครองหรือครูรายงานว่ามีการนอนหลับไม่เพียงพอ
- เด็กแสดงพฤติกรรมหงุดหงิดหรืออารมณ์แปรปรวน
O:
- น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- รายงานการนอนไม่หลับ หรือการตื่นกลางดึก
- อารมณ์ของเด็กไม่คงที่ หรือหงุดหงิดบ่อย
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ
- มีการนอนหลับเพียงพอและตื่นขึ้นในตอนเช้าอย่างสดชื่น
- ไม่มีพฤติกรรมหงุดหงิดหรืออารมณ์แปรปรวน
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- น้ำหนักตัวของเด็กไม่ลดลงหรือคงที่
- เด็กสามารถนอนหลับครบ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- อารมณ์ของเด็กคงที่และมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
- ไม่มีการรายงานอาการที่เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงจากยา
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F8I-1: ประเมินอาการข้างเคียงจากยาอย่างสม่ำเสมอ เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรืออารมณ์แปรปรวน
- F90F8I-2: สังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวและการรับประทานอาหารของผู้ป่วย
- F90F8I-3: ตรวจสอบการนอนหลับและอาการของผู้ป่วยในแต่ละคืน เช่น การตื่นกลางดึกหรือการนอนหลับไม่เต็มที่
- F90F8I-4: ปรับเวลาการให้ยาหรือขนาดยา หากพบอาการข้างเคียงที่รบกวนการดำเนินชีวิต
- F90F8I-5: แนะนำผู้ปกครองให้สังเกตพฤติกรรมของเด็กในช่วงเวลาที่ใช้ยา และรายงานให้ทีมพยาบาลทราบ
- F90F8I-6: จัดให้มีการปรับเปลี่ยนอาหารหรือโภชนาการเพื่อช่วยลดอาการเบื่ออาหาร
- F90F8I-7: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพักผ่อนที่เหมาะสมและวิธีการผ่อนคลายเพื่อส่งเสริมการนอนหลับ
- F90F8I-8: ประสานงานกับแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการใช้ยาในระยะยาวและปรับยาให้เหมาะสม
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F8R-1: น้ำหนักตัวของผู้ป่วยคงที่หรือไม่ลดลง
- F90F8R-2: ผู้ป่วยนอนหลับได้เต็มที่ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- F90F8R-3: ไม่มีอาการหงุดหงิดหรือพฤติกรรมที่แสดงถึงอารมณ์แปรปรวน
- F90F8R-4: ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ปกติและไม่มีอาการเบื่ออาหาร
- F90F8R-5: ผู้ปกครองรายงานว่าอาการข้างเคียงจากยาเริ่มลดลงหรือหายไป
…………………………………………………………….
F90F9 ขาดการติดตามต่อเนื่องจากระบบบริการสุขภาพ
(Ineffective health maintenance)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วยหรือครอบครัวรายงานการขาดการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- ผู้ป่วยมักลืมรับประทานยา หรือไม่สามารถรับประทานยาได้ตามเวลา
- ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไม่แน่ใจว่าเด็กต้องทำการนัดพบแพทย์หรือพบพยาบาลตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่
O:
- ไม่มีการนัดหมายการรักษาต่อเนื่องหรือพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
- มีการรับประทานยาไม่สม่ำเสมอหรือผิดเวลา
- ขาดการติดตามผลจากการใช้ยา
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยและครอบครัวมีความเข้าใจในแผนการรักษาและการนัดติดตาม
- ผู้ป่วยรับประทานยาได้ตามแผนการรักษาที่กำหนด
- ผู้ป่วยได้รับการติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอจากทีมสุขภาพ
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยได้รับการนัดติดตามและรับการรักษาต่อเนื่องตามกำหนด
- ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาได้อย่างสม่ำเสมอ
- ครอบครัวมีความเข้าใจในการดูแลและรับรู้การติดตามผลการรักษา
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F9I-1: อธิบายให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจถึงความสำคัญของการติดตามการรักษาและการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
- F90F9I-2: สร้างการนัดติดตามที่ชัดเจนและจัดการให้ผู้ป่วยหรือครอบครัวมีการเตือนความจำสำหรับการนัดหมายและการรับประทานยา
- F90F9I-3: แนะนำการตั้งเวลาเตือนการรับประทานยา เช่น ใช้แอพพลิเคชันหรือเครื่องเตือนเพื่อช่วยให้ไม่ลืม
- F90F9I-4: ตรวจสอบกับผู้ป่วยหรือครอบครัวเกี่ยวกับการรับประทานยา และจัดการเรื่องการพบแพทย์หรือการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
- F90F9I-5: สร้างระบบการติดตามผลที่เหมาะสม เช่น การโทรหรือส่งข้อความเพื่อตรวจสอบการนัดหมายและการปฏิบัติตามแผนการรักษา
- F90F9I-6: แนะนำผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้สร้างกิจวัตรประจำวันที่ช่วยให้เด็กสามารถติดตามการรับประทานยาและการนัดติดตามได้ง่ายขึ้น
- F90F9I-7: ประสานงานกับทีมสุขภาพเพื่อช่วยตรวจสอบและส่งเสริมการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
✅ Response (การตอบสนอง)
F90F9R-1: ผู้ป่วยหรือครอบครัวสามารถเข้ารับการนัดหมายการรักษาและการติดตามผลตามที่กำหนด
- F90F9R-2: ผู้ป่วยรับประทานยาได้ตามแผนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- F90F9R-3: ผู้ป่วยหรือครอบครัวสามารถอธิบายแผนการรักษาและการติดตามการรักษาได้อย่างชัดเจน
- F90F9R-4: ไม่มีการขาดการติดตามการรักษาหรือการรับประทานยาที่ไม่ตรงเวลา
- F90F9R-5: ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการรักษาและมีการปรับปรุงในด้านต่างๆ
…………………………………………………………………………
F90F10 ขาดความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
(Readiness for enhanced social and academic integration)
🔍 Assessment (การประเมิน)
S:
- ผู้ป่วย/ครอบครัวรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
- ผู้ป่วยมีปัญหาในการเข้าสังคมและการปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่
- ผู้ปกครองแสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของผู้ป่วยในการกลับไปโรงเรียนหรือทำงานร่วมกับผู้อื่น
O:
- การมีปัญหาในการทำงานร่วมกับเพื่อนหรือครู
- ไม่มีการเตรียมตัวหรือแผนการรองรับการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
- ผู้ป่วย/ครอบครัวขาดข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งสนับสนุนในการปรับตัว
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยมีความพร้อมและมั่นใจในการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
- ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจแผนการช่วยเหลือและการปรับตัว
- ผู้ป่วยสามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมและโรงเรียนได้อย่างราบรื่น
- ผู้ป่วยมีทักษะในการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ทางสังคมหรือการศึกษา
📏 Evaluate Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยสามารถกลับไปสถานศึกษาและเข้าสังคมได้ตามแผนที่เตรียมไว้
- ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในสังคมและสถานศึกษา
- ครอบครัวมีความมั่นใจในการสนับสนุนผู้ป่วยในสถานการณ์ทางสังคมและการศึกษา
- ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการกลับเข้าสู่สถานศึกษาและสามารถจัดการกับความเครียดได้
🛠️ Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F90F10I-1: พูดคุยกับผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
- F90F10I-2: จัดเตรียมและส่งเสริมการฝึกทักษะทางสังคมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการปรับตัว
- F90F10I-3: ประสานงานกับครูหรือผู้ดูแลในสถานศึกษาเพื่อให้ข้อมูลและแผนการรองรับการปรับตัว
- F90F10I-4: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งสนับสนุนในการปรับตัว เช่น กลุ่มสนับสนุนผู้ป่วย ADHD หรือบริการจากนักจิตวิทยา
- F90F10I-5: สอนผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการใช้กลยุทธ์ในการจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลในสถานการณ์ต่างๆ
- F90F10I-6: ประเมินความพร้อมทางสังคมและการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับแผนการช่วยเหลือให้เหมาะสม
- F90F10I-7: สนับสนุนครอบครัวในการเสริมสร้างทักษะการสนับสนุนที่ดีในการช่วยผู้ป่วยปรับตัว
✅ Response (การตอบสนอง)
- F90F10R-1: ผู้ป่วยและครอบครัวมีความมั่นใจในการกลับเข้าสู่สังคมหรือสถานศึกษา
- F90F10R-2: ผู้ป่วยสามารถปรับตัวในสถานศึกษาและมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในสังคม
- F90F10R-3: ผู้ป่วยแสดงความสามารถในการจัดการกับความเครียดและการปรับตัวในสถานการณ์ใหม่ๆ
- F90F10R-4: ครอบครัวมีความเข้าใจและสามารถสนับสนุนผู้ป่วยในการปรับตัวเข้าสู่สังคมและสถานศึกษา
- F90F10R-5: ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตในสถานศึกษาได้ตามแผนที่เตรียมไว้โดยไม่มีปัญหาหรือภาวะวิตกกังวลมากเกินไป
……………………………………………………………..
เอกสารอ้างอิง
- กรมสุขภาพจิต. (2559). โรคสมาธิสั้น (Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder - ADHD). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์กรมสุขภาพจิต.
- สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (ADHD). กรุงเทพมหานคร: สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย.
- American Psychiatric Association. (2013). Diagnostic and statistical manual of mental disorders (5th ed.). Arlington, VA: American Psychiatric Publishing.
- Barkley, R. A. (2014). Attention-deficit hyperactivity disorder: A handbook for diagnosis and treatment (4th ed.). New York: The Guilford Press.
………………………………………………………………
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568
EP.56 จิตเวชหัวข้อ 16: ภาวะที่ต้องการเปลี่ยนเพศให้ตรงกับตัวตนที่รู้สึก (Transsexualism) - F64.0
Psych. Topic 16 : Transsexualism - F64.0
🎯 ภาวะที่ต้องการเปลี่ยนเพศให้ตรงกับตัวตนที่รู้สึก
(Transsexualism - F64.0)
เมื่อร่างกายไม่ตรงกับใจ
เราไม่ได้แปลก...แค่ต้องการความเข้าใจและการดูแลที่เหมาะสม
🧠พยาธิสภาพ / สาเหตุ
- ✨เกิดจาก ความไม่สอดคล้องกันระหว่างเพศกำเนิดกับเพศที่รู้สึกเป็นจริงในใจ
- ✨มีผลต่อความรู้สึก ความคิด และการใช้ชีวิตประจำวัน
⚠️ปัจจัยที่ทำให้เกิด
- 💙ฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์
- 💙พันธุกรรม
- 💙สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู
- 💙ความเครียดหรือประสบการณ์ในวัยเด็ก
💊การรักษา
- ✨จิตบำบัด: เพื่อเข้าใจตัวเองมากขึ้น
- ✨ฮอร์โมนบำบัด: ช่วยให้รูปลักษณ์ใกล้เคียงเพศที่ต้องการ
- ✨การผ่าตัดแปลงเพศ: สำหรับบางรายที่ต้องการเปลี่ยนร่างกายให้ตรงกับใจ
- ✨การสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม
🩺การพยาบาล
- ✅รับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน
- ✅ดูแลทั้งสุขภาพกาย-ใจ
- ✅สนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และจิตใจ
- ✅ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลอดภัย
🤝การดูแลสำหรับบุคคลทั่วไป
- 💙อย่าตัดสินจากภายนอก ทุกคนมีสิทธิ์เป็นในแบบที่ตัวเองเลือก
- 💙หากรู้สึกสับสนเรื่องเพศ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- 💙รักและเข้าใจตนเอง ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจ
- 💙หมั่นสังเกตสุขภาพจิต หากมีอาการเครียด วิตก หดหู่ ควรรีบพบผู้เชี่ยวชาญ
………………………………………………………………….
🔎 การวินิจฉัยการพยาบาลสำหรับภาวะที่ต้องการเปลี่ยนเพศให้ตรงกับตัวตนที่รู้สึก
(Transsexualism - F64.0)
- F64.0F1 มีภาวะซึมเศร้า (Depressed mood) เกิดจากความไม่สอดคล้องของเพศกำเนิดกับอัตลักษณ์ทางเพศ ความรู้สึกโดดเดี่ยว ถูกตีตรา หรือไม่เป็นที่ยอมรับ
- F64.0F2 มีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย (Risk for self-harm or suicide) จากความเครียดทางอารมณ์ ความรู้สึกถูกปฏิเสธ หรือถูกเลือกปฏิบัติ
- F64.0F3 มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับร่างกายหรือภาพลักษณ์ตนเอง (Body image disturbance) ไม่พอใจกับเพศสรีระของตนเอง ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและความมั่นใจ
- F64.0F4 มีความขัดแย้งในบทบาททางเพศและครอบครัว (Impaired social interaction) รู้สึกอึดอัดหรือกดดันเมื่อต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยเฉพาะในบทบาทที่ไม่ต้องการ
- F64.0F5 ขาดความรู้ในการดูแลตนเองเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนเพศ (Deficient knowledge about transition process) ไม่เข้าใจขั้นตอนการรักษา การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หรือการใช้ฮอร์โมน
- F64.0F6 ขาดการสนับสนุนทางจิตใจและสังคม (Ineffective coping and lack of support system) ไม่มีคนรับฟังหรือกลุ่มสนับสนุน ส่งผลต่อภาวะเครียดและสุขภาพจิต
- F64.0F7 มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมนหรือผ่าตัด (Risk for complications from hormone therapy or surgery) หากไม่มีการติดตามประเมินอย่างใกล้ชิดจากทีมสหวิชาชีพ
- F64.0F8 มีความต้องการในการวางแผนดูแลระยะยาว (Need for long-term care planning) ต้องมีแผนการดูแลทางสุขภาพทั้งกายและใจอย่างต่อเนื่องหลังการแปลงเพศ
- F64.0F9 ขาดทักษะในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม (Ineffective health-seeking behavior) ไม่รู้ช่องทางการขอรับบริการ หรือลังเลเพราะกลัวการตี
- F64.0F10 มีความต้องการสนับสนุนก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล (Readiness for enhanced self-care before discharge) เตรียมความพร้อมด้านความรู้ จิตใจ และแนวทางการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน
...................................................................
F64.0F1:
มีภาวะซึมเศร้า (Depressed mood)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- ผู้ป่วยพูดว่า “รู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่”
- บ่นว่าไม่มีใครเข้าใจ ไม่อยากพบใคร
- รู้สึกไม่สบายใจกับร่างกายตัวเอง
O: (Objective Data)
- สีหน้าเศร้าหมอง เงียบ ไม่สบตา
- นอนมาก/น้อยผิดปกติ
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- มีประวัติการแยกตัวจากสังคม
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถระบายความรู้สึกได้อย่างปลอดภัย
- ผู้ป่วยมีอารมณ์ดีขึ้น ไม่คิดทำร้ายตนเอง
- ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่าและยอมรับตนเองมากขึ้น
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยสามารถพูดคุยระบายอารมณ์กับพยาบาลหรือบุคคลใกล้ชิด
- คะแนนแบบประเมินภาวะซึมเศร้าลดลง
- ไม่มีพฤติกรรมหรือความคิดฆ่าตัวตาย
- ร่วมกิจกรรมหรือเข้าสังคมได้มากขึ้น
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F1I-1: ประเมินภาวะซึมเศร้าโดยใช้แบบประเมินมาตรฐาน เช่น PHQ-9 เพื่อวัดระดับความรุนแรง
- F64.0F1I-2: สร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจ รับฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่ตัดสิน
- F64.0F1I-3: เฝ้าระวังพฤติกรรมทำร้ายตนเอง เช่น เก็บของมีคม แจ้งทีมจิตเวชหากพบความเสี่ยง
- F64.0F1I-4: ส่งเสริมให้ผู้ป่วยพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกตัวตนทางเพศของตนอย่างปลอดภัย
- F64.0F1I-5: สนับสนุนให้เข้าร่วมกลุ่มบำบัด หรือกลุ่มสนับสนุน LGBTQ+
- F64.0F1I-6: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเพศอย่างถูกต้อง เพื่อลดความสับสนและความเครียด
- F64.0F1I-7: ประสานงานกับทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์เพื่อดูแลแบบองค์รวม
- F64.0F1I-8: ส่งเสริมกิจกรรมที่ผู้ป่วยชอบและรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง เช่น งานอดิเรก
- F64.0F1I-9: สนับสนุนให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดเข้าร่วมกิจกรรมการดูแลร่วม
- F64.0F1I-10: ประเมินการนอน การกิน และน้ำหนักตัวเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงร่วมกับอารมณ์
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F1R-1: ผู้ป่วยไม่มีแนวคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตนเอง
- F64.0F1R-2: ผู้ป่วยสามารถพูดถึงความรู้สึกเศร้า และรับการช่วยเหลือได้
- F64.0F1R-3: ผู้ป่วยร่วมทำกิจกรรมในกลุ่มสนับสนุน หรือกิจกรรมทางสังคม
- F64.0F1R-4: คะแนนประเมินภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- F64.0F1R-5: ผู้ป่วยมีสีหน้าและท่าทางดีขึ้น พูดคุยกับบุคลากรด้วยท่าทีเปิดใจ
..............................................
F64.0F2 มีความเสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย (Risk for self-harm or suicide)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- ผู้ป่วยกล่าวว่า “บางทีก็คิดว่าหายไปจากโลกนี้คงดีกว่า”
- รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ ไม่เป็นที่ยอมรับ
- บ่นว่าเหนื่อย ล้า ไม่มีแรงใจ
O: (Objective Data)
- สีหน้าเศร้าหมอง หลบตา ไม่พูดคุย
- เก็บตัว ไม่เข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ
- เคยมีประวัติพยายามทำร้ายตนเอง
- มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ใช้สารเสพติด หรือทำร้ายร่างกายเบื้องต้น
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยปลอดภัย ไม่มีพฤติกรรมหรือแนวคิดทำร้ายตนเอง
- ผู้ป่วยสามารถพูดถึงปัญหาและความรู้สึกของตนเองได้
- ผู้ป่วยมีแรงจูงใจในการมีชีวิตอยู่ และเห็นคุณค่าในตนเอง
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ไม่มีแนวคิด/พฤติกรรมฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง
- ผู้ป่วยรายงานความรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้รับการสนับสนุน
- ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมแสวงหาความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกแย่
- ผู้ป่วยมีแผนชีวิตหรือเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F2I-1: ประเมินความเสี่ยงฆ่าตัวตายด้วยแบบประเมินมาตรฐาน เช่น Columbia Suicide Severity Rating Scale (C-SSRS)
- F64.0F2I-2: เฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเวลาวิกฤต หรือเมื่อผู้ป่วยมีอารมณ์แปรปรวน
- F64.0F2I-3: เก็บของมีคมหรือสิ่งของที่สามารถทำร้ายตนเองได้ออกจากบริเวณผู้ป่วย
- F64.0F2I-4: สร้างสัมพันธภาพเชิงบวก ใช้น้ำเสียงนุ่มนวล สื่อสารด้วยความเข้าใจ
- F64.0F2I-5: สนับสนุนให้ผู้ป่วยระบายความรู้สึก ไม่ตัดสินหรือวิจารณ์
- F64.0F2I-6: ประสานทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา เพื่อวางแผนการดูแลทางจิตใจ
- F64.0F2I-7: ส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน หรือพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ใกล้เคียง
- F64.0F2I-8: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการกับความเครียด เช่น เทคนิคผ่อนคลาย หรือการทำสมาธิ
- F64.0F2I-9: ส่งเสริมการมีเป้าหมายในชีวิต เช่น การเรียน งาน ความฝันส่วนตัว
- F64.0F2I-10: เชื่อมโยงเครือข่ายครอบครัวหรือบุคคลที่ไว้วางใจให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F2R-1: ผู้ป่วยไม่มีความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย
- F64.0F2R-2: ผู้ป่วยพูดถึงปัญหาและความรู้สึกของตนเองอย่างเปิดเผย
- F64.0F2R-3: ผู้ป่วยยอมรับการดูแลจากทีมสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง
- F64.0F2R-4: ผู้ป่วยมีแผนเป้าหมายในชีวิต เช่น ต้องการเรียนต่อหรือทำงาน
- F64.0F2R-5: ผู้ป่วยมีสีหน้าผ่อนคลาย และเข้าร่วมกิจกรรมได้มากขึ้น
...................................................
F64.0F3 มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับร่างกายหรือภาพลักษณ์ตนเอง
(Body image disturbance)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- ผู้ป่วยกล่าวว่า “ไม่ชอบรูปร่างตัวเองเลย”
- “รู้สึกแย่เวลามองตัวเองในกระจก”
- บ่นว่าไม่มีความมั่นใจเมื่อต้องเข้าสังคม
O: (Objective Data)
- หลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน
- มีพฤติกรรมปกปิดรูปร่างเกินปกติ เช่น ใส่เสื้อผ้าหนา/หลวม
- สีหน้าไม่มั่นใจ หลีกเลี่ยงการสบตา
- มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายแบบหมกมุ่น
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยเข้าใจและยอมรับภาพลักษณ์ของตนเอง
- ผู้ป่วยมีความมั่นใจในรูปลักษณ์ภายนอกและสามารถเข้าสังคมได้
- ผู้ป่วยสามารถพูดถึงภาพลักษณ์ของตนเองได้โดยไม่รู้สึกผิดหรืออาย
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยลดการพูดในเชิงลบเกี่ยวกับรูปร่างของตนเอง
- ผู้ป่วยกล้าแสดงออกมากขึ้นในสังคม
- ผู้ป่วยยอมรับรูปร่างตนเองแม้ยังไม่ผ่านการผ่าตัด
- ผู้ป่วยแสดงทัศนคติเชิงบวกต่อแผนการดูแลหรือการเปลี่ยนแปลงที่วางไว้
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F3I-1: สร้างสัมพันธภาพเชิงบวก เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยพูดถึงความรู้สึกโดยไม่ตัดสิน
- F64.0F3I-2: ประเมินความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับภาพลักษณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้น
- F64.0F3I-3: ส่งเสริมการสะท้อนคุณค่าในตัวเองที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่าง เช่น ความสามารถ ความเมตตา
- F64.0F3I-4: แนะนำกิจกรรมที่เสริมความมั่นใจ เช่น ฝึกการพูด การแต่งตัวให้เหมาะกับเพศสภาพ
- F64.0F3I-5: สนับสนุนให้พบผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักบำบัดเฉพาะทาง
- F64.0F3I-6: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพในกระบวนการเปลี่ยนเพศ อย่างตรงไปตรงมา
- F64.0F3I-7: เชื่อมโยงผู้ป่วยกับกลุ่มสนับสนุน (Support group) ของผู้ที่มีประสบการณ์ใกล้เคียง
- F64.0F3I-8: สนับสนุนการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับภาพลักษณ์ และวางแผนร่วมกันอย่างเป็นขั้นตอน
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F3R-1: ผู้ป่วยแสดงออกถึงการยอมรับในรูปร่างตนเองมากขึ้น
- F64.0F3R-2: ผู้ป่วยกล้าเผชิญหน้ากับสังคมหรือสถานการณ์ที่เคยหลีกเลี่ยง
- F64.0F3R-3: ผู้ป่วยมีพฤติกรรมดูแลตนเอง เช่น แต่งตัว แต่งหน้า หรือออกกำลังกาย
- F64.0F3R-4: ผู้ป่วยพูดถึงตนเองด้วยคำเชิงบวกมากขึ้น
- F64.0F3R-5: ผู้ป่วยร่วมวางแผนการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์กับทีมสุขภาพด้วยทัศนคติที่ดี
...........................................
F64.0F4 มีความขัดแย้งในบทบาททางเพศและครอบครัว
(Impaired social interaction)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- ผู้ป่วยบอกว่า “รู้สึกไม่สบายใจเวลาต้องทำตัวเหมือนเพศกำเนิด”
- “ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมครอบครัว เพราะรู้สึกไม่ใช่ตัวเอง”
- “ไม่รู้จะคุยกับใครได้เลย”
O: (Objective Data)
- หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว/เพื่อน
- เงียบ ไม่แสดงความรู้สึก และแยกตัว
- มีความเครียดหรือความรู้สึกผิดเมื่อต้องแสดงบทบาททางเพศที่ไม่ต้องการ
- ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้โดยไม่รู้สึกกดดัน
- ผู้ป่วยแสดงออกในบทบาททางเพศที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ตนเอง
- ผู้ป่วยมีความมั่นใจในสังคมและครอบครัวมากขึ้น
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยกล้าเข้าสังคมมากขึ้น
- ผู้ป่วยสามารถแสดงตนในแบบที่ต้องการโดยไม่รู้สึกผิด
- ผู้ป่วยสามารถพูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อนอย่างเปิดเผย
- ผู้ป่วยมีสีหน้าและท่าทางที่แสดงความผ่อนคลายขึ้นเมื่อเข้าสังคม
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F4I-1: สร้างสัมพันธภาพที่ไว้วางใจ ให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัยเมื่อต้องสื่อสาร
- F64.0F4I-2: กระตุ้นให้ผู้ป่วยพูดถึงประสบการณ์ที่รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับบทบาททางเพศ
- F64.0F4I-3: สนับสนุนให้ผู้ป่วยได้แสดงออกในแบบที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของตน
- F64.0F4I-4: สอนทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการจัดการความขัดแย้ง
- F64.0F4I-5: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศในบริบทครอบครัวและสังคม
- F64.0F4I-6: เชื่อมโยงผู้ป่วยกับกลุ่มสนับสนุนที่ให้กำลังใจ เช่น LGBTQ+ support group
- F64.0F4I-7: สนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการดูแลเพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับ
- F64.0F4I-8: ประเมินและส่งต่อหากมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลรุนแรงร่วมด้วย
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F4R-1: ผู้ป่วยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้อื่นได้โดยไม่รู้สึกเครียด
- F64.0F4R-2: ผู้ป่วยแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองอย่างมั่นใจ
- F64.0F4R-3: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับครอบครัวดีขึ้น
- F64.0F4R-4: ผู้ป่วยมีสีหน้าและพฤติกรรมที่แสดงถึงความผ่อนคลายเมื่อเข้าสังคม
- F64.0F4R-5: ผู้ป่วยสามารถพูดคุยและแสดงความรู้สึกโดยไม่รู้สึกถูกตัดสิน
...................................................................................
F64.0F5 ขาดความรู้ในการดูแลตนเองเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนเพศ
(Deficient knowledge about transition process)
📝 Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “ไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มกระบวนการเปลี่ยนเพศยังไง”
- “กลัวผลข้างเคียงของการใช้ฮอร์โมน”
- “ไม่รู้ว่าเปลี่ยนเพศแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร”
O: (Objective Data)
- มีคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา
- ไม่สามารถอธิบายกระบวนการเปลี่ยนเพศ หรือผลที่ตามมาได้
- แสดงท่าทีลังเลหรือวิตกเมื่อต้องตัดสินใจในการรักษา
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนเพศ
- ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจเรื่องการรักษาได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน
- ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมหลังเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนเพศ
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยสามารถอธิบายขั้นตอนการเปลี่ยนเพศและการดูแลตนเองได้
- ผู้ป่วยมีความเข้าใจถึงข้อดี-ข้อเสียของการใช้ฮอร์โมน
- ผู้ป่วยสามารถตั้งคำถามหรือพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างมั่นใจ
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F5I-1: ประเมินระดับความรู้และความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนเพศ
- F64.0F5I-2: ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนเพศ ทั้งด้านการแพทย์ กฎหมาย และจิตใจ
- F64.0F5I-3: อธิบายขั้นตอนการใช้ฮอร์โมน การผ่าตัด และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
- F64.0F5I-4: ให้เอกสารหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น คู่มือจากแพทย์ สมาคมผู้เชี่ยวชาญ
- F64.0F5I-5: ส่งเสริมให้ผู้ป่วยถามคำถามและแสดงความรู้สึกโดยไม่ถูกตัดสิน
- F64.0F5I-6: เชื่อมโยงผู้ป่วยกับผู้ให้คำปรึกษาหรือคลินิกเฉพาะทางด้านเพศวิถี
- F64.0F5I-7: จัดให้มีการพบปะกลุ่มผู้เปลี่ยนเพศเพื่อแชร์ประสบการณ์จริง
- F64.0F5I-8: ประเมินซ้ำหลังให้ข้อมูล เพื่อดูว่าผู้ป่วยเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้หรือไม่
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F5R-1: ผู้ป่วยสามารถอธิบายกระบวนการเปลี่ยนเพศและการดูแลตนเองได้
- F64.0F5R-2: ผู้ป่วยมีท่าทีมั่นใจและพร้อมในการวางแผนการรักษา
- F64.0F5R-3: ผู้ป่วยตั้งคำถามอย่างตรงประเด็น แสดงถึงความเข้าใจในข้อมูล
- F64.0F5R-4: ผู้ป่วยเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างมีข้อมูลและปลอดภัย
- F64.0F5R-5: ผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่สอดคล้องกับขั้นตอนการรักษา
...............................................................................
F64.0F6 ขาดการสนับสนุนทางจิตใจและสังคม (Ineffective
coping and lack of support system)
📝 Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่ฉันรู้สึกเลย”
- “รู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนไม่มีที่ให้ยืนในสังคม”
- “กลัวครอบครัวจะไม่ยอมรับเมื่อรู้ว่าฉันอยากเปลี่ยนเพศ”
O: (Objective Data)
- ไม่มีบุคคลอ้างอิงหรือผู้ดูแล
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคมหรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
- มีพฤติกรรมวิตกกังวล/ซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างเหมาะสม
- ผู้ป่วยได้รับการสนับสนุนทางจิตใจและสังคม
- ผู้ป่วยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่เสริมสร้างกำลังใจได้
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมการเผชิญปัญหาที่เหมาะสม
- ผู้ป่วยมีบุคคลหรือกลุ่มสนับสนุนที่ติดต่อสื่อสารได้
- ผู้ป่วยมีความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์และลดความเครียด
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F6I-1: ประเมินระดับความเครียด และความสามารถในการเผชิญปัญหาของผู้ป่วย
- F64.0F6I-2: สร้างสัมพันธภาพแบบเปิดใจ รับฟังอย่างไม่ตัดสิน
- F64.0F6I-3: แนะนำกลุ่มสนับสนุน เช่น กลุ่ม LGBTQ+, กลุ่มออนไลน์, หรือองค์กรที่ให้คำปรึกษา
- F64.0F6I-4: ให้ความรู้เรื่องการหาวิธีผ่อนคลาย เช่น การฝึกหายใจลึก สมาธิ หรือกิจกรรมสร้างสรรค์
- F64.0F6I-5: กระตุ้นให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มหรืองานสังคมที่ไม่กดดัน
- F64.0F6I-6: ประสานทีมสุขภาพจิตให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
- F64.0F6I-7: เชิญครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดที่ไว้ใจได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล
- F64.0F6I-8: ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรมหลังได้รับการสนับสนุน
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F6R-1: ผู้ป่วยมีบุคคลหรือกลุ่มที่สามารถให้กำลังใจและรับฟังได้
- F64.0F6R-2: ผู้ป่วยแสดงความสามารถในการจัดการความเครียดได้ดีขึ้น
- F64.0F6R-3: ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมหรือกลุ่มสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ
- F64.0F6R-4: ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิต
- F64.0F6R-5: ระดับความเครียดและความรู้สึกโดดเดี่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
..........................................................................................
F64.0F7 มีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมนหรือผ่าตัด
(Risk for complications from hormone therapy or surgery)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “กังวลว่าฮอร์โมนจะมีผลข้างเคียงกับร่างกาย”
- “ยังไม่แน่ใจว่าหลังผ่าตัดจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร”
O: (Objective Data)
- ยังไม่มีการนัดหมายติดตามกับทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเริ่มใช้ฮอร์โมนโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- ไม่มีประวัติรับการประเมินร่างกายก่อนผ่าตัด
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองอย่างเหมาะสมเมื่อใช้ฮอร์โมนหรือหลังการผ่าตัด
- ผู้ป่วยได้รับการประเมินและติดตามจากทีมสหวิชาชีพ
- ลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียงและการดูแลตนเอง
- ผู้ป่วยได้รับการติดตามประเมินจากแพทย์และทีมสุขภาพ
- ไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากฮอร์โมนหรือการผ่าตัด
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F7I-1: ประเมินความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนและการผ่าตัดแปลงเพศ
- F64.0F7I-2: ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลข้างเคียงของฮอร์โมน เช่น เสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน ตับทำงานผิดปกติ หรือความดันโลหิตสูง
- F64.0F7I-3: แนะนำให้ตรวจเลือดและร่างกายตามระยะเพื่อประเมินผลของฮอร์โมน
- F64.0F7I-4: ให้คำแนะนำการดูแลหลังผ่าตัด เช่น การทำแผล การป้องกันติดเชื้อ และสัญญาณเตือนภาวะแทรกซ้อน
- F64.0F7I-5: ประสานแพทย์และทีมสหวิชาชีพ เช่น อายุรแพทย์ จิตแพทย์ และศัลยแพทย์
- F64.0F7I-6: แนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการซื้อฮอร์โมนเองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์
- F64.0F7I-7: ส่งเสริมให้ผู้ป่วยจดบันทึกการใช้ยา อาการข้างเคียง และการพบแพทย์
- F64.0F7I-8: กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจรักษา และซักถามเมื่อมีข้อสงสัย
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F7R-1: ผู้ป่วยสามารถอธิบายผลข้างเคียงของฮอร์โมนและวิธีป้องกันได้
- F64.0F7R-2: ผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินจากทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- F64.0F7R-3: ไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากฮอร์โมนหรือการผ่าตัด
- F64.0F7R-4: ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำการดูแลตนเองหลังผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม
- F64.0F7R-5: ผู้ป่วยมีความมั่นใจและตัดสินใจร่วมกับทีมรักษาอย่างมีข้อมูล
...............................................................................
F64.0F8 มีความต้องการในการวางแผนดูแลระยะยาว (Need
for long-term care planning)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “กังวลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในระยะยาวหลังการผ่าตัด”
- “ยังไม่มั่นใจว่าต้องดูแลตนเองอย่างไรในอนาคตหลังการแปลงเพศ”
O: (Objective Data)
- ไม่มีแผนการดูแลทางสุขภาพที่ชัดเจนหลังการแปลงเพศ
- ผู้ป่วยได้รับการดูแลระยะสั้นจากทีมแพทย์ แต่ยังขาดการติดตามหลังการผ่าตัด
- ผู้ป่วยไม่ได้รับการประเมินความต้องการทางด้านจิตใจในระยะยาว
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยได้รับแผนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งทางร่างกายและจิตใจ
- ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
- ผู้ป่วยได้รับการติดตามและประเมินสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน
- ผู้ป่วยมีแผนการดูแลสุขภาพที่ชัดเจน
- ผู้ป่วยได้รับการติดตามสุขภาพโดยทีมสหวิชาชีพ
- ไม่มีปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดหรือการใช้ฮอร์โมน
- สุขภาพจิตของผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและปรับปรุง
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F8I-1: ประเมินสุขภาพทางกายและจิตใจของผู้ป่วยในระยะยาว หลังการแปลงเพศ
- F64.0F8I-2: ร่วมกับทีมสหวิชาชีพวางแผนการดูแลทั้งทางกายและจิตใจหลังการผ่าตัด
- F64.0F8I-3: สร้างแผนการติดตามการใช้ฮอร์โมนและการตรวจสุขภาพประจำปี
- F64.0F8I-4: จัดหากลุ่มสนับสนุนหรือคำแนะนำด้านจิตใจสำหรับผู้ป่วย เช่น การพบจิตแพทย์หรือนักบำบัด
- F64.0F8I-5: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวและการปรับตัวในสังคม
- F64.0F8I-6: สอนการดูแลร่างกายหลังการผ่าตัดและการรับประทานยาฮอร์โมนอย่างถูกวิธี
- F64.0F8I-7: กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
- F64.0F8I-8: แนะนำให้ผู้ป่วยมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F8R-1: ผู้ป่วยมีแผนการดูแลสุขภาพที่ชัดเจนและสามารถปฏิบัติตามได้
- F64.0F8R-2: ผู้ป่วยได้รับการติดตามจากทีมสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
- F64.0F8R-3: ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดหรือการใช้ฮอร์โมน
- F64.0F8R-4: สุขภาพจิตของผู้ป่วยมีการพัฒนา และรู้สึกมั่นใจในการปรับตัว
- F64.0F8R-5: ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว
...................................................................................
F64.0F9 ขาดทักษะในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม
(Ineffective health-seeking behavior)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “ไม่รู้ว่าควรติดต่อที่ไหนเพื่อขอรับบริการการแปลงเพศ”
- “กลัวการถูกตีตราหรือไม่เป็นที่ยอมรับในสถานพยาบาล”
O: (Objective Data)
- ผู้ป่วยยังไม่ได้รับการแนะนำเกี่ยวกับบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศ
- ผู้ป่วยลังเลที่จะขอรับบริการจากสถานพยาบาลเนื่องจากความกลัวหรือความไม่มั่นใจ
- ผู้ป่วยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์ในการรับบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศ
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมเกี่ยวกับการแปลงเพศได้
- ผู้ป่วยมีความเข้าใจในช่องทางการขอรับบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจและไม่กลัวการถูกตีตราในการเข้ารับบริการ
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่องทางการเข้าถึงบริการสุขภาพ
- ผู้ป่วยสามารถติดต่อและเข้ารับบริการได้ตามความต้องการ
- ผู้ป่วยมีทักษะในการตัดสินใจเลือกบริการสุขภาพที่เหมาะสม
- ผู้ป่วยรู้สึกสะดวกและมั่นใจในการขอรับบริการ
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F9I-1: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศ
- F64.0F9I-2: สอนวิธีการขอรับบริการสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยในการแปลงเพศ
- F64.0F9I-3: สนับสนุนให้ผู้ป่วยติดต่อผู้ให้บริการสุขภาพที่มีประสบการณ์ในด้านนี้
- F64.0F9I-4: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการแปลงเพศ
- F64.0F9I-5: แนะนำให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนที่มีประสบการณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขอรับบริการ
- F64.0F9I-6: ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการเลือกบริการสุขภาพที่เหมาะสมและลดความกลัวจากการถูกตีตรา
- F64.0F9I-7: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดต่อทีมแพทย์ที่สามารถให้คำปรึกษาและดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F9R-1: ผู้ป่วยสามารถติดต่อสถานพยาบาลที่มีบริการการแปลงเพศได้อย่างมั่นใจ
- F64.0F9R-2: ผู้ป่วยมีความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการขอรับบริการสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
- F64.0F9R-3: ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการขอรับบริการสุขภาพโดยไม่กลัวการถูกตีตรา
- F64.0F9R-4: ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการสุขภาพที่เหมาะสมกับความต้องการได้
- F64.0F9R-5: ผู้ป่วยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มหรือเครือข่ายที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับบริการสุขภาพ
.................................................................................
F64.0F10 มีความต้องการสนับสนุนก่อนจำหน่ายจากโรงพยาบาล
(Readiness for enhanced self-care before discharge)
📝
Assessment (การประเมิน)
S: (Subjective Data)
- “รู้สึกพร้อมที่จะกลับไปดูแลตัวเองหลังการรักษา แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองหลังจากจำหน่าย”
- “ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตนเองในชีวิตประจำวันหลังการแปลงเพศ”
O: (Objective Data)
- ผู้ป่วยมีความเข้าใจบางส่วนเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง แต่ยังขาดความรู้ในบางด้าน
- ผู้ป่วยแสดงความต้องการที่ชัดเจนในการรับข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจำหน่าย
- ผู้ป่วยมีความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันหลังจำหน่าย
🎯 Goals (เป้าหมาย)
- ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพหลังจำหน่าย
- ผู้ป่วยได้รับข้อมูลและความรู้ที่เพียงพอเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหลังการแปลงเพศ
- ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันหลังจำหน่าย
- ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
📊 Evaluate
Criteria (เกณฑ์การประเมิน)
- ผู้ป่วยสามารถอธิบายแนวทางการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันหลังจากจำหน่ายได้
- ผู้ป่วยมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหลังการแปลงเพศและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
- ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการรับมือกับความท้าทายในชีวิตประจำวันหลังการรักษา
- ผู้ป่วยสามารถระบุแหล่งข้อมูลหรือผู้ที่สามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น
👩⚕️
Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)
- F64.0F10I-1: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังการแปลงเพศ เช่น การดูแลแผล การใช้ยา และการติดตามผล
- F64.0F10I-2: สอนการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสม
- F64.0F10I-3: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสังเกตอาการหรือสัญญาณที่ต้องพบแพทย์หลังการแปลงเพศ
- F64.0F10I-4: ให้การสนับสนุนทางจิตใจและอารมณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตประจำวัน
- F64.0F10I-5: แนะนำการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนหรือแหล่งข้อมูลที่สามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการดูแลตัวเอง
- F64.0F10I-6: ตรวจสอบความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับข้อมูลการดูแลตนเองหลังการรักษา
✅ Response
(การตอบสนอง)
- F64.0F10R-1: ผู้ป่วยสามารถอธิบายวิธีการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันหลังจำหน่ายได้
- F64.0F10R-2: ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจในการดูแลแผลและติดตามผลการรักษาหลังการแปลงเพศ
- F64.0F10R-3: ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม
- F64.0F10R-4: ผู้ป่วยมีความมั่นใจในตนเองและสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจได้
- F64.0F10R-5: ผู้ป่วยสามารถติดต่อแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือผู้ที่สามารถให้คำปรึกษาเมื่อมีความจำเป็น
...............................................................................
เอกสารอ้างอิง
- วงศ์บูรณา, น., & ชลธิชา, จ. (2563). การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะบุคคลต้องการเปลี่ยนเพศ: แนวทางการปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์การแพทย์ไทย.
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2564). คู่มือการดูแลผู้ป่วยภาวะบุคคลต้องการเปลี่ยนเพศ. สืบค้นจาก https://www.nhso.go.th
- Bockting, W., & Coleman, E. (2007). Development of gender identity and the transgender individual: Implications for treatment. In J. L. Green, D. L. McHugh, & R. J. Blanchard (Eds.), Handbook of gender and sexualities (pp. 425-445). New York: Springer.
- Wylie, K., & Bradley, S. (2016). Transgender healthcare: A practical guide. Oxford: Oxford University Press.
............................................................

.jpg)
