เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
เมือง, พิษณุโลก, Thailand

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

EP. 14 👉👉ตัวอย่าง : การพยาบาลผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัส(เอชไอวี) ที่ไม่ระบุรายละเอียด รหัส ICD-10 : B24

 

พยาธิสภาพของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัสเอชไอวี

ไวรัสเอชไอวี (HIV) เป็นเชื้อไวรัสที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4+ T cells ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อ เมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนมากขึ้น จะทำให้เซลล์ CD4 ถูกทำลายลง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการรักษา ระดับ CD4 จะลดลงจนถึงระดับที่ร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคและมะเร็งบางชนิดได้ นำไปสู่ภาวะโรคเอดส์ (AIDS) ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยมีภาวะของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสและการเกิดเนื้องอกบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง เรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเข้าถึงระบบการดูแลรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ป่วยไม่เข้าสู่ภาวะโรคเอดส์และมีชีวิตที่ยืนยาว

        การติดเชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus, HIV) ติดต่อผ่านทางการสัมผัสของเยื่อเมือกหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งซึ่งมีเชื้อ เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด น้ำหลั่งก่อนการหลั่งอสุจิ และนมมารดา อาจติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือช่องปาก, การรับเลือด, การใช้เข็มฉีดยาที่ปนเปื้อน, ติดต่อจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์ คลอด ให้นม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ 

การรักษาผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัสเอชไอวี

การรักษาหลักของผู้ติดเชื้อเอชไอวีคือ ยาต้านไวรัส (Antiretroviral Therapy, ART) ซึ่งช่วยลดปริมาณไวรัสในร่างกาย ชะลอการทำลายเซลล์ CD4 และป้องกันภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ยาเหล่านี้ไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ทั้งหมดแต่สามารถควบคุมโรคให้อยู่ในภาวะสงบ ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นและลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ นอกจากนี้ ควรดูแลสุขภาพโดยรวม รวมถึงการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อ และปรับพฤติกรรมสุขภาพ

การพยาบาลผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัสเอชไอวี

การพยาบาลผู้ป่วย HIV เน้นการให้ความรู้และสนับสนุนการรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันและจัดการภาวะแทรกซ้อน รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านจิตใจและสังคมเพื่อช่วยลดความเครียดและการตีตราทางสังคม พยาบาลต้องเฝ้าระวังอาการของโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม และสนับสนุนการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

วินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัส เอชไอวี

  1. B24F1: ผลเลือดแสดงการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (Blood test results indicate HIV infection)
  2. B24F2: ผู้ป่วยมีการติดเชื้อโรคฉวยโอกาส เนื่องจากระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4 ต่ำ (The patient has an opportunistic infection due to low CD4 immune cell levels)
  3. B24F3: เตรียมความพร้อมผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีสำหรับการเริ่มต้นรับยาต้านไวรัส (ART) โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา ผลข้างเคียง (Prepare HIV-infected patients for initiating antiretroviral therapy (ART) by educating them on medication use, side effects)
  4. B24F4: ผู้ป่วยมีอาการคันจากการติดเชื้อที่ผิวหนัง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง (The patient experiences itching due to a skin infection caused by immune deficiency)
  5. B24F5: ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลเนื่องจากขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและแนวทางการดูแลตนเอง (The patient is anxious due to a lack of knowledge and understanding of the disease and self-care guidelines.)
  6. B24F6: วางแผนจำหน่ายผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี (Plan for the discharge of HIV-infected patients)

(ตัวเลข F1, I-1, R-1 เป็นเพียงตัวเลขที่กำหนดขึ้นเพื่อให้การจัดลำดับวินิจฉัยการพยาบาลเป็นไปอย่างมีระบบ อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม)

.................................................

B24F1: ผลเลือดแสดงการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (Blood test results indicate HIV infection)

Assessment (การประเมิน)

S :ผู้ป่วยยังไม่ทราบผลเลือดติดเชื้อ HIV

O :ผล Anti-HIV : Positive

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยทราบผลเลือด ผ่านกระบวนการการให้การปรึกษาแจ้งผลเลือด HIV (Pre-Post test counseling)

Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ : ครั้งที่ 1 Anti-HIV positive และส่งตรวจซ้ำครั้งที่ 2 (Confirm) Anti HIV-positive    

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F1I-1 ประเมินความพร้อมในการรับฟังผลเลือด ตามกระบวนการการให้การปรึกษา (Pret test counseling)
  • B24F1I-2 ประเมินปัญหาทางด้านจิตใจ สังคม และแจ้งผลเลือดติดเชื้อ HIV ตามกระบวนการการให้การปรึกษา (Pre-Post test counseling)
  • B24F1I-3 บันทึกข้อมูล การเซ็นชื่อยินยอมตวจเลือด HIV
  • B24F1I-4 ผู้ป่วยรับรู้ข้อมูลเป้าหมายการดูแลรักษา การรักษาด้วยยาต้านไวรรัสปัจจุบันประสิทธิภาพสูงมาก หลังรับประทานต่อเนื่องจำนวนเชื้อ HIV จะตรวจไม่พบเชื้อในกระแสเลือด (Viral load< 20 copy)

Response (การตอบสนอง)

  • B24F1R-1: ผู้ป่วยสามารถรับฟังและทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจ HIV ได้อย่างมีสติและพร้อมรับผลตรวจ
  • B24F1R-2: ผู้ป่วยสามารถแสดงความรู้สึกและความกังวลทางจิตใจและสังคมได้ พร้อมรับฟังผลเลือดด้วยความเข้าใจ
  • B24F1R-3: มีการบันทึกข้อมูลการเซ็นชื่อยินยอมตรวจเลือด HIV อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นไปตามแนวทางจริยธรรม
  • B24F1R-4: ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจถึงเป้าหมายของการรักษาด้วยยาต้านไวรัส และมีความมั่นใจในการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมปริมาณไวรัสในร่างกาย

.............................................................

B24F2: ผู้ป่วยมีการติดเชื้อโรคฉวยโอกาส เนื่องจากระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4 ต่ำ (The patient has an opportunistic infection due to low CD4 immune cell levels)

Assessment (การประเมิน)

S :ผู้ป่วยมีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ น้ำหนักลด

O :

  • Anti-HIV: Positive
  • ค่า CD4 <200 cells/mm3
  • ค่า CD4 # cells/mm3

Goals (เป้าหมาย)

  • ผู้ป่วยได้รับการรักษาโรคฉวยโอกาส เช่น วัณโรคปอด, ปอดติดเชื้อ, เชื้อราขึ้นสมอง ตามแผนการรักษา
  • Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)
  • ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น เช่น ไข้ลดลง ไอลดลง หายใจเหนื่อยลดลง เริ่มรับประทานอาหารได้

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F2I-1 ประเมินสัญญาณชีพทุก # ชั่วโมง เพื่อติดตามสภาวะของโรค
  • B24F2I-2 ประเมินอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อฉวยโอกาส คือ มีใช้ หายใจเร็ว มีอาการเหนื่อย ปวดศีรษะ คลื่นใส้ อาเจียน
  • B24F2I-3 ดูแลการได้ออกซิเจนตามแผนการรักษา
  • B24F2I-4 สังเกตและประเมินอาการและการแสดงของการติดเชื้อจากภาวะไข้ เช่น ชีพจรเร็วมากกว่า 100 ครั้ง /นาที อาการหนาวสั่น เหงื่อออก
  • B24F2I-5 ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการเอกซเรย์ปอด ผลการตรวจวิเคราะห์ก๊าซในเลือดแดงเพื่อประเมินระดับการฟื้นหายและความรุนแรง
  • B24F2I-6 ให้การพยาบาลโดยยึดหลัก airborne and contact precaution
  • B24F2I-7 ให้คำแนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับวิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
  • B24F2I-8 ให้คำแนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวผู้ที่ติดเชื้อวัณโรค ได้แก่ การรับประทานตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด บ้วนเสมหะลงในภาชนะที่มีฝาปิด ถ้วยชาม ภาชนะ ข้อนส้อม ภาชนะควรแยก ที่นอนหมอนมุ้งควรนำไปผึ่งแดดสม่ำเสมอ
  • B24F2I-9 ดูแลความสะอาดของร่างกายผู้ป่วยอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง และรักษาสิ่งแวดล้อมรอบให้สะอาด
  • B24F2I-10 ดูแลให้ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

Response (การตอบสนอง)

  • B24F2R-1: สัญญาณชีพของผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์คงที่ หรือมีแนวโน้มดีขึ้นตามแผนการรักษา
  • B24F2R-2: ผู้ป่วยไม่มีอาการของการติดเชื้อฉวยโอกาสเพิ่มขึ้น หรืออาการที่มีอยู่เดิมลดลง เช่น ไข้ หนาวสั่น หายใจเร็ว หรือชีพจรเร็วผิดปกติ
  • B24F2R-3: ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนและการรักษาตามแผน อัตราการหายใจและความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO₂) อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
  • B24F2R-4: ผู้ป่วยเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ รวมถึงแนวทางดูแลสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
  • B24F2R-5: ผู้ป่วยได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ มีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันดีขึ้น และสุขภาพโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น

......................................................

B24F3: เตรียมความพร้อมผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีสำหรับการเริ่มต้นรับยาต้านไวรัส (ART) โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยา ผลข้างเคียง (Prepare HIV-infected patients for initiating antiretroviral therapy (ART) by educating them on medication use, side effects)

Assessment (การประเมิน)

S :

  • เตรียมผู้ป่วยรับประทานยาต้านไวรัส เนื่องจากไม่เคยรับประทานยาต้านไวรัส
  • เตรียมผู้ป่วยรับประทานยาต้านไวรัส เนื่องจากเคยรับประทานยาต้านไวรัสและขาดยาต้านไวรัส

O :ผล Anti-HIV: Positive

Goals (เป้าหมาย)

  • เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยในการเริ่มรับยาต้านไวรัส

Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยเข้าใจ วิธีการรับประทานยาต้านไวรัส

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F3I-1 ประเมินความพร้อมในการรับยาต้านไวรัสอย่างรอบด้าน เช่น เวลารับประทานยา การจัดการเมื่อลืมกินยา การจัดการเมื่อไม่สามารถมารับบริการได้ และการเปิดเผยผลเลือดกับคู่นอนและบุคคลใกล้ชิด
  • B24F3I-2 ให้คำปรึกษา อธิบาย และเสริมสร้างแรงจูงใจในการเริ่มรับประทานยาต้านไวรัส การเริ่มรักษาด้วยยาต้านไวรัสเพื่อรักษาระดับ CD4 ไม่ให้ลดลงต่ำจนเกิดเป็นโรคเอดส์ที่ร้ายแรง รวมทั้งช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาตรงเวลา รับประทานต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษา
  • B24F3I-3 เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ซักถาม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
  • B24F3I-4 ประเมินความพร้อมและความเข้าใจของผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน รวมถึงช่องทางบริการหากพบอาการผิดปกติ เช่น ทางโทรศัพท์
  • B24F3I-5 ประสานงาน ส่งต่อ ผู้ป่วยมาคลินิกยาต้านไวรัส เพื่อดูแลการนัดเป็นผู้ป่วย OPD case ต่อเนื่อง

Response (การตอบสนอง)

  • B24F3R-1: ผู้ป่วยเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามแนวทางการรับประทานยาต้านไวรัสได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการจัดการเมื่อลืมรับประทานยาและการเปิดเผยผลเลือดกับบุคคลใกล้ชิด
  • B24F3R-2: ผู้ป่วยมีแรงจูงใจและความตั้งใจในการรักษาต่อเนื่อง เข้าใจถึงความสำคัญของการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดปริมาณไวรัสและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • B24F3R-3: ผู้ป่วยมีความพร้อมในการกลับบ้าน ทราบช่องทางติดต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ และได้รับการส่งต่อเพื่อเข้ารับการรักษาในคลินิกยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง

......................................................

B24F4: ผู้ป่วยมีอาการคันจากการติดเชื้อที่ผิวหนัง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง  (The patient experiences itching due to a skin infection caused by immune deficiency)

Assessment (การประเมิน)

S :ผู้ป่วยมีผื่นคันตามแขน ขา ร่างกาย  

O :ผิวหนังบริเวณแขน ขา ร่างกาย มีลักษณะเป็นตุ่มนูน  

Goals (เป้าหมาย)

  • เพื่อบรรเทาอาการคัน และลดการ ติดเชื้อที่ผิวหนังของผู้ป่วย

Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยสามารถอธิบายย้อนกลับการรักษาความสะอาดส่วนตัวและการปฏิบัติตัวเพื่อลดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้
  • ผู้ป่วยบอกว่าอาการคันลดลง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F4I-1 ประเมินอาการและสภาพผิวหนัง อธิบายสาเหตุของการมีผื่นขึ้นที่ผิวหนังได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง
  • B24F4I-2 แนะนำทาโลชั่นหรือครีมบาง ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นลดอาการคัน
  • B24F4I-3 แนะนำการทายา TA Cream 0.1% บริเวณที่มีอาการคัน ตามแผนการรักษาของแพทย์
  • B24F4I-4 หลีกเลี่ยง แกะ เกา ตุ่มแผล ดูแลผิวหนัง และดูแลแผลให้สะอาด  
  • B24F4I-5 ให้ข้อมูลการปฏิบัติตัวในด้าน การสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ดูแลเครื่องนอนให้สะอาด นำมาตากแดดอยู่เสมอ
  • B24F4I-6 อยู่ในสถานที่โปร่ง โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดการเกิดเหงื่อและความอับชื้น

Response (การตอบสนอง)

  • B24F4R-1: ผู้ป่วยเข้าใจสาเหตุและวิธีการดูแลผิวหนังได้ดีขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำในการทายาและใช้โลชั่น
  • B24F4R-2: ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น อาการคันลดลง และแผลได้รับการดูแลสะอาดตามแผนการรักษาของแพทย์
  • B24F4R-3: ผู้ป่วยปฏิบัติตามการดูแลด้านสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าสะอาดและอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี

.............................................................

B24F5: ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลเนื่องจากขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและแนวทางการดูแลตนเอง (The patient is anxious due to a lack of knowledge and understanding of the disease and self-care guidelines.)

Assessment (การประเมิน)

S :ผู้ป่วยแจ้งว่าตกใจ และไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร

O :ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ Anti-HIV: Positive

Goals (เป้าหมาย)

  • เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรค และการปฏิบัติตนเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ ลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย
  • Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)
  • ผู้ป่วยสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับปฏิบัติ ตนเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ได้
  • ผู้ป่วยมีสีหน้าผ่อนคลาย พยักหน้ารับหลังได้รับคำแนะนำซักถามประเด็นที่สงสัย

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F5I-1 พูดคุยด้วยท่าทีที่เป็นมิตร พร้อมจะให้ความช่วยเหลือดและเปิดโอกาสให้ซักถามเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย จัดให้ได้พูดคุยกับแพทย์ที่ทำการรักษาเกี่ยวกับอาการของโรคและแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง
  • B24F5I-2 แนะนำสังเกตอาการผิดปกติที่ควรรีบมาพบแพทย์ ได้แก่ มีไข้ ท้องเสีย ไอ หายใจเหน่อยหอบ น้ำหนักลดลง รับประทานอาหารได้ลดลง
  • B24F5I-3 เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยซักถามปัญหาเกี่ยวกับการเจ็บป่วย ตอบข้อซักถามด้วยวาจาที่นุ่มนวล สุภาพเพื่อคลายความวิตกกังวล
  • B24F5I-4 ประเมินความวิตกกังวลและท่าทีต่าง ที่แสดงออกของผู้ป่วยต่อความเจ็บป่วย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ระบาย ความรู้สึกต่าง ๆรวมทั้งยอมรับท่าทีและปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อความวิตกกังวล
  • B24F5I-5 ให้กำลังใจสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ และคอยดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา
  • B24F5I-6 ประเมินความรู้ ความเข้าใจของผู้ป่วยโดยถามการปฏิบัติตนเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่

Response (การตอบสนอง)

  • B24F5R-1: ผู้ป่วยเข้าใจอาการเจ็บป่วยและแนวทางการรักษาได้ดีขึ้นจากการพูดคุยกับแพทย์
  • B24F5R-2: ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์ได้ และรายงานอาการผิดปกติเมื่อเกิดขึ้น
  • B24F5R-3: ผู้ป่วยลดความวิตกกังวลลงจากการได้รับข้อมูลและการสนับสนุนจากพยาบาล และมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น

...........................................................

B24F6: วางแผนจำหน่ายผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี (Plan for the discharge of HIV-infected patients)

Assessment (การประเมิน)

S :ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ หายใจไม่เหนื่อยหอบ เริ่มรับประทานอาหารได้

O :แพทย์วางแผนให้ Discharge กลับบ้าน

Goals (เป้าหมาย)

  • เพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวถูกต้อง เช่น รับประทานยาตามแผนการรักษา
  • ผู้ป่วยมาติดตามตามแพทย์นัด ไม่หายไปจากระบบการรักษา

Evaluate criteria (เกณฑ์การประเมินผล)

  • ผู้ป่วยตอบคำถามเกี่ยวกับปฏิบัติตัว ได้ถูกต้อง
  • ผู้ป่วยเข้าใจการมาติดตามนัด ทั้งด้านวัน เวลา สถานที่ ถูกต้อง

Intervention (การปฏิบัติการพยาบาล)

  • B24F6I-1 ตรวจสอบการรับรู้ ความเข้าใจ ความพร้อม ในการปฏิบัติตัว เช่น การรับประทานอาหาร การดูแลความสะอาด สุขลักษณะของร่างกาย
  • B24F6I-2 ประเมินประเด็นที่จำเป็นต้องเสริมพลังให้ผู้ป่วย
  • B24F6I-3 การรับประทานยาต้านไวรัส ตรงเวลา ต่อเนื่อง ทุกวัน (ห้ามขาดยา)
  • B24F6I-4 การรับประทานยาโรคฉวยโอกาส ตามแผนการรักษา
  • B24F6I-5 การเปิดเผยผลเลือดกับครอบครัว (กรณีผู้ป่วยมีความพร้อม)
  • B24F6I-6 การมาติดตามนัดต่อเนื่อง ตามบัตรนัด เน้นสถานที่ OPD หน่วยปรึกษาสุขภาพ และวัน เวลา ชัดเจน  
  • B24F6I-7 การส่งต่อไปยังสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษา
  • B24F6I-8 การส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยให้หน่วยปรึกษา ในโปรแกรม HosXP (Assessment = STI/RI) เพื่อหน่วยปรึกษาสุขภาพการติดตามดูแลต่อเนื่อง
  • B24F6I-9 แนะนำสังเกตอาการผิดปกติที่ควรรีบมาพบแพทย์ก่อนวันนัดหมาย ได้แก่ มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อยหอบ น้ำหนักลดลง รับประทานอาหารได้ลดลง เป็นต้น

Response (การตอบสนอง)

  • B24F6R-1: ผู้ป่วยมีความเข้าใจในการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและการดูแลสุขลักษณะร่างกาย
  • B24F6R-2: ผู้ป่วยรับประทานยาต้านไวรัสและยาโรคฉวยโอกาสตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและตรงเวลา
  • B24F6R-3: ผู้ป่วยได้รับข้อมูลและการสนับสนุนจากครอบครัวในการติดตามนัดหมายและการดูแลสุขภาพต่อเนื่อง

......................................................

อำภัย  อินดี

 

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

EP. 12 👉👉 ตัวอย่างฐานข้อมูลการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ : การคลอดเองครรภ์เดี่ยว (ICD-10 : O80 ▪️ Single spontaneous delivery)

          ฐานข้อมูลการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (version 1) มีน้องๆ พยาบาลหลาย รพ.สนใจอยากได้ File ต้นฉบับ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาต่อยอด แต่มีข้อจำกัดบางประการ และฐานข้อมูลการบันทึกทางการพยาบาล(version 1) ยังต้องมีการปรับเพิ่มให้มีความถูกต้องครบถ้วน และเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

           จากการวิเคราะห์การบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Version 1) ยังขาดรหัสข้อมูลทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ พี่แขกจึงออกแบบการบันทึกทางการพยาบาล (Version 2) จากประสบการณ์การพัฒนา และเป็นแนวคิดส่วนตัว เพื่อเป็นตัวอย่างยังไม่ได้นำไปใช้จริง โดยนำรหัสโรค (ICD-10) มาเชื่อมโยงกับ Focus และ Intervention แต่ละโรค เพื่อให้ชุดข้อมูลการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้หลังจากการบันทึกอิเล็กทรอนิกส์มีคุณภาพและเป็นระบบ สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรพยาบาล ด้านการศึกษา การวิจัย 

            ถ้าน้องๆ พยาบาลอ่าน และสนใจสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาต่อยอดการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ ในโรงพยาบาลของน้องๆ ได้ 

Code Database Nursing Record : O80F01I01
Code ICD-10 : O80 = การคลอดเองครรภ์เดี่ยว
F01  : F = Focus,           01 = Focus ลำดับที่ 1
I01   : I  = Intervention,  01 = Intervention ลำดับที่ 1
#  = พิมพ์ข้อความเพิ่มได้

{fullWidth}

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

EP.11 👉👉ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 IMN Model ประเภทบุคคล [โครงการประชุมวิชาการดิจิทัลด้านการพยาบาลเขตสุขภาพที่ 2] "16-18 กค.67"

    

           ขอแนะนำน้องธนวิทย์ (ดุ๊ก) ซึ่งเป็นคณะกรรมการอีกท่านหนึ่ง : ที่เข้าร่วมพัฒนาเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช  (EMRs  BH-PL)  และ พัฒนาการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (ฺBH-PL.NR) ตั้งแต่ ปี 2563  จนถึงปัจจุบั

            เป็นกำลังสำคัญในการร่วมออกแบบฐานข้อมูล นำฐานข้อมูลเข้าระบบ พร้อมทั้งทดสอบโปรแกรม ให้ข้อเสนอแนะในการปรับแก้แบบฟอร์มเวชระเบียนอิเล็กทรอนิส์ (EMRs) ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลจนเป็นที่พอใจกับผู้ใช้งาน จัดทำคู่มือ และให้ความรู้การใช้งานโปรแกรม EMRs BH-PL และการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (ฺBH-PL.NR)  แก่บุคลากรทางการพยาบาล



{fullwidth}

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567

EP. 12 👉👉 ตัวอย่างฐานข้อมูลการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ : การคลอดเองครรภ์เดี่ยว (ICD-10 : O80 ▪️ Single spontaneous delivery)

          ฐานข้อมูลการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (version 1) มีน้องๆ พยาบาลหลาย รพ.สนใจอยากได้ File ต้นฉบับ เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาต่อยอด แต่มีข้อจำกัดบางประการ และฐานข้อมูลการบันทึกทางการพยาบาล(version 1) ยังต้องมีการปรับเพิ่มให้มีความถูกต้องครบถ้วน และเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

           จากการวิเคราะห์การบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Version 1) ยังการขาดรหัสข้อมูลทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ พี่แขกจึงออกแบบการบันทึกทางการพยาบาล (Version 2) จากประสบการณ์การพัฒนา และเป็นแนวคิดส่วนตัว เพื่อเป็นตัวอย่างยังไม่ได้นำไปใช้จริง โดยนำรหัสโรค (ICD-10) มาเชื่อมโยงกับ Focus และ Intervention แต่ละโรค เพื่อให้ชุดข้อมูลการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้หลังจากการบันทึกอิเล็กทรอนิกส์มีคุณภาพและเป็นระบบ สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับองค์กรพยาบาล ด้านการศึกษา การวิจัย 

            ถ้าน้องๆ พยาบาลอ่าน และสนใจสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาต่อยอดการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ ในโรงพยาบาลของน้องๆ ได้ 

Code Database Nursing Record : O80F01I01
Code ICD-10 : O80 = การคลอดเองครรภ์เดี่ยว
F01  : F = Focus,           01 = Focus ลำดับที่ 1
I01   : I  = Intervention,  01 = Intervention ลำดับที่ 1
#  = พิมพ์ข้อความเพิ่มได้

{fullWidth}

EP. 9 📣📣บรรยายหัวข้อเรื่อง : การพัฒนาการบันทึกทางการพยาบาลแบบอิเล็กทรอนิกส์ แก่บุคลากรสังกัดกรมสุขภาพจิต และกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขผ่านระบบ zoom meeting online

บรรยายโดย 👉👉
💎นายธนวิทย์​ วิชิต​สกุล​ชัย
✅ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
✅หอผู้ป่วยสรรค์​สุข
✅รพ.พุทธชินราช​ ​พิษณุโลก​
✅วันที่ 20 มิถุนายน 2567

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

EP. 8 *8* ถือเป็นเลขประจำตัวและเป็นเลขนำโชค ของ "พี่พยาบาล ชื่อ พี่แขก" และ จะเป็น EP เริ่มต้นการเขียน Database กระบวนการพยาบาลแจก เพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องๆ พยาบาลนำไปใช้ประโยชน์กับการดูแลผู้ป่วย

 


         จากประสบการณ์ที่พี่แขกได้เข้าร่วมทีมพัฒนาเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาล และเป็นแกนนำในการออกแบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (BH-PL.NR version 1.) เป็นทั้งผู้ใช้จริง และประเมินผลด้วยตัวเอง ควรต้องมีการพัฒนาฐานข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่  

  1. เพิ่ม Database กระบวนการพยาบาลทุกแผนกให้ครอบคลุมทุกโรค 
  2. เพิ่มรหัส  Database กระบวนการพยาบาล โดยนำรหัสโรค(ICD-10) มาเชื่อมโยงกับ Focus และ Intervention แต่ละโรค จะทำให้ชุดข้อมูลที่ได้จากการบันทึกมีคุณภาพสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ดังนี้

  • ด้านการพัฒนาระบบงานของพยาบาล 
  • การศึกษา การวิจัย 
  • เป็นหลักฐานทางกฏหมาย
  • เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาล

ปล.การพัฒนาฐานข้อมูลที่เป็นแนวคิดข้างต้นยังไม่เกิดในโรงพยาบาล ซึ่งพี่แขกถึงเวลาพักผ่อนก่อน (เกษียณ) ไม่มีโอกาสร่วมพัฒนาต่อ แต่ด้วยสมองและสองมือของพี่แขกยังดีอยู่ จึงขอถ่ายทอดแนวคิดที่มีประโยชน์ต่อวิชาชีพพยาบาล โดยเขียนบทความเกี่ยวกับกระบวนการพยาบาล และทดลองใส่ Code เชื่อมกับรหัส ICD-10 ซึ่งเป็นแนวคิดของพี่แขกและน้องธนวิทย์ หากน้องๆ พยาบาลที่ถูกใจก็นำไปปรับใช้ แต่ถ้าคิดต่างก็ไม่ต้องอ่านผ่านไปได้เลย😀


วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567

EP. 7 ✍️บทความ "โปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช [Program BH-PL] นำเสนอ : นวตกรรมงานวิชาการประจำปี 2566 เขตสุขภาพ 2 ได้รับรางวัล : ระดับดีเด่น

 


{fullWidth

ส่งบทความเรื่อง "การพัฒนาโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก" ได้ตีพิมพ์วารสาร สมาคมเวชสารสนเทศไทย (Thai Medical Infomatics Association)  ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - กันยายน 2566)

   
{fullWidth}

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2567

EP. 5 📣📣"เผยแพร่นวตกรรม"การพัฒนาการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ [BH-PL.NR : Buddhachinaraj Hospital paperless. Nursing Records]


1.นำเสนอนวตกรรมงานวิชาการประจำปี 2566 รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก ได้รับรางวัล "รองชนะเลิศอันดับ 1"

รายชื่อผู้พัฒนา 

  1. นายธนวิทย์ วิชิตสกุลชัย  พยาบาลวิชาชีพ (ผู้นำเสนอผลงาน)
  2. นางสาวอำภัย อินดี พยาบาลวิชาชีพ
  3. นางละอองทิพย์ รถมณี พยาบาลวิชาชีพ

บทคัดย่อ

การบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (BH-PL.NR) นำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยในการบันทึกทางการพยาบาล เพื่อเพิ่มคุณภาพการบันทึกให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ 2) ศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลต่อคุณภาพการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์(BH-PL.NR) ได้นำแนวคิดการบันทึกทางการพยาบาลแบบ Focus charting record เรียกว่า Gen-FDAR-C เป็นต้นแบบ ภายหลังการพัฒนาโปรแกรมและทดลองใช้ได้สอบถามความคิดเห็นของพยาบาลจำนวน 470 ราย ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ถึง มิถุนายน 2566 เกี่ยวกับการใช้งาน From BH-PL.NR  ซึ่งประกอบด้วย 1) EMR.2 : การประเมินผู้ป่วยแรกรับ 2) EMR.9 : การวางแผนการพยาบาล 3) EMR.9 : การบันทึกกิจกรรมการพยาบาล 4) EMR.17 : การสรุปการจําหน่ายผู้ป่วย โดยใช้แบบสอบถาม 2 ส่วน ได้แก่  1) คุณภาพการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยรวมคุณภาพการบันทึกอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.69 ± 0.78 เมื่อพิจารณาคุณภาพรายด้าน ได้แก่ ด้านการประเมินผู้ป่วยแรกรับ ด้านการวางแผนการพยาบาล ด้านการบันทึกกิจกรรมการพยาบาล และด้านการสรุปการจําหน่ายผู้ป่วย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.82 ± 0.76, 3.53 ± 0.79, 3.59 ± 0.78, และ 3.84 ± 0.74 ตามลําดับ  2) ความพึงพอใจของพยาบาลต่อการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ภาพรวมอยู่ระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.65 ± 0.72 เมื่อพิจารณารายด้าน ได้แก่ ด้านมาตรฐานการบันทึก ด้านความครอบคลุมกระบวนการพยาบาล และด้านหลักฐานการใช้ประโยชน์จากการบันทึก พบมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.65 ± 0.71, 3.65 ± 0.74 และ 3.66 ± 0.72 ตามลําดับ และผลคะแนนคุณภาพการบันทึกเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ พบว่า ผลคะแนนคุณภาพมีคะแนนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 84.3 จาก 73.9 ผลการศึกษาการใช้งานแบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (BH-PL.NR) แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีต่อการบันทึกทางการพยาบาลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การบันทึกมีความครอบคลุม ครบถ้วนตามกระบวนการพยาบาล ง่ายต่อการตรวจสอบได้ ลดภาระงาน มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ทำให้การบันทึกทางการพยาบาลมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะ ควรนำเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานพร้อมทั้งสนับสนุนทรัพยากรพื้นฐานที่จําเป็นต่อการนําสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทุกระดับของการบริการ ได้แก่ การบริหาร การบริการ และการศึกษาวิจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างเป็นรูปธรรมได้ในอนาคต

คำสำคัญ: การพัฒนาระบบ การบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

2. อบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับพยาบาลวิชาชีพ


3.ร่วมกับวพพ.พุทธชินราช ปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศบรรยายเรื่องการประยุกต์ใช้  E-Nurse note เพื่อเป็นแนวทางการบันทึกทางการพยาบาลสำหรับ RN จบใหม่


4. แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพยาบาลวิชาชีพที่มาศึกษาดูงาน



5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพยาบาลทั่วประเทศ "อบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนารหัสมาตรฐานการพยาบาลไทย 29-30 เม.ย.67





วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567

EP. 4 🏆“เคล็ดลับความสำเร็จ” การพัฒนาโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช [EMRs BH-PL & BH-PL.NR] : ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการบันทึกกระดาษแบบเดิม ซึ่งยังไม่เคยมีการพัฒนามาก่อน

ปี 2563 จากสถานการณ์ COVID-19 โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มีการพัฒนาโปรแกรมเวชเบียนอิเล็กทรอนิกส์  ใช้บันทึกข้อมูลผู้ป่วย COVID-19 

ทีมพัฒนา(RN)ได้ออกแบบ Nursing record [EMR.2,EMR.9, EMR.17] เฉพาะโรค COVID-19 เป็นแบบ Checklist และเติมคำในช่องว่าง ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจจากพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย COVID-19

เดือน ม.ค. 2565 : พัฒนาโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช (ฺEMRs BH-PL & BH-PL.NR) ผู้ป่วยใน 

1. ทีมพัฒนา : ลงมติให้เริ่มพัฒนาแบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาล (EMR.9) ก่อนแบบฟอร์มเวชระเบียนอื่น (EMRs) เนื่องจากมีความยาก ฐานข้อมูลมีจำนวนมาก และพยาบาลเป็นคนกลุ่มมากที่ต้องมีการบันทึกการพยาบาล (BH-PL.NR) ผ่านโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์พุทธชินราช (ฺEMRs BH-PL) ถ้าทำได้สำเร็จ ผู้ใช้งาน (User) พึงพอใจ แบบฟอร์มเวชระเบียนอื่นๆ (EMRs) ก็ไม่ยากที่จะพัฒนาต่อ

2. คัดเลือกหน่วยงานต้นแบบ : Ward สรรค์สุข ดูแลผู้ป่วยจิตเวช (กำหนดเปิด 1 มี..2565

  • หัวหน้า และทีมพยาบาลมีความยินดีเข้าร่วมพัฒนา (ทีมมีประสบการณ์ในการใช้โปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์  COVID-19) 

  • หัวหน้าหอ และทีมพยาบาล ward สรรค์สุข และมีความมุ่งมั่นมาก (จัดทำ Database Nursing record ด้านจิตเวช และนำเข้าโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ให้สำเสร็จภายในเดือน ก..65)

  • จัดสรรหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และจัดสิ่งแวดล้อมของหอป่วยได้ตามที่ทีมกำหนด (เป็นหน่วยงานเปิดใหม่)

ตัวอย่าง Database Nursing record version 1.



ตัวอย่าง การออกแบบ Data Flow Nursing record version 1.

3. ทีมพัฒนา ทีมสรรค์สุข (RN) และที่ปรึกษา นางรัชนีวัลย์ รักเกียรติเผ่า ร่วมออกแบบฟอร์มบันทึกทางการพยาบาล (EMR.9) โดยใช้รูปแบบบันทึกแบบเดิม (Gen-FDAR) ที่บันทึกในกระดาษ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีหรือแบบฟอร์มการบันทึกจากเดิม นอกจากเปลี่ยนการเขียนบันทึกด้วยปากกาเป็นการลงข้อมูลผ่าน Computer เท่านั้น 

                       ตัวอย่าง รายงานการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EMR.9)

4. กำหนดให้ทีมพัฒนา(RN) ทำหน้าที่นำเข้าฐานข้อมูลบันทึกทางการพยาบาล (Database Nursing record) ที่แต่ละกลุ่มงานทำขึ้นเข้าโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMRs BH-PL) เนื่องจาก Database Nursing record มีจำนวนมาก สามารถเพิ่มข้อมูลหรือปรับปรุงแก้ไขข้อมูล Database Nursing record ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ Programmer ดำเนินการ 


ตัวอย่าง Database Nursing record version 1. (นำเข้าระบบ)



ตัวอย่าง รูปแบบ Database Nursing record version 1. (User เห็น)


5. กรอบเวลา : การใช้แบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ (BH-PL.NR)

    Phase 1  - ward ต้นแบบ 1 ward [ม.ค.65 - มิ.ย.65]

    Phase 2  - จำนวน 17 ward  [ก.ค.65 - ก.ย.65]

    Phase 3  - จำนวน 30 ward  [..65 มิ..66]

6. ประเมินผล : การใช้แบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาล นำผลประเมินมาปรับแก้ ดังนี้

  • จัดซื้อครื่องคอมพิวเตอร์ แท๊บเล็ต เพิ่มให้เพียงพอกับการใช้งาน
  • เพิ่มอุปกรณ์กระจายสัญญาณเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) 
  • ตั้งกลุ่ม Line เพื่อสื่อสารการใช้โปรแกรมหากเกิดข้อผิดพลาดสามารถปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมได้ทันทีทันใด ระหว่างผู้ใช้งาน (User) กับ Programmer ได้ตลอด 24 ชม.
  • จัดให้มี Programmer (เวร on call) รับผิดชอบควบคุม ดูแล และตรวจสอบการทำงาน การบำรุงรักษาแก้ไขโปรแกรมตลอด 24 ชม. 

สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1. กำหนดนโยบายการใช้แบบฟอร์การบันทึกทางการพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน
2. กำหนด ward ต้นแบบ 1- 2 หน่วยงาน โดยหัวหน้า และ ทีม RN ใน ward สมัครใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน เมื่อระบบคงที่ขยายผลการใช้งานเป็น Phase จนครบทั้งระบบ
3. RN ทำหน้าที่นำ Database Nursing record เข้าโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMRs BH-PL) ได้เอง ทำให้สามารถเพิ่มข้อมูลหรือปรับปรุงแก้ไขข้อมูล Database Nursing record ได้ทันทีไม่ต้องรอ Programmer
3. ออกแบบฟอร์มการบันทึกมีความเหมาะสมกับผู้ใช้งาน รูปแบบการบันทึกและขั้นตอนการทำงาน เป็นแบบเดิม (เข้าถึงง่ายรวดเร็วผ่าน Link http://his.budhosp.com)
4. จัดสรรเครื่องมือ อุปกรณ์ Computer และระบบเครือข่าย wifi ให้เพียงพอและพร้อมใช้
5. จัดทำคู่มือการใช้งานโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (BH-PL & BH-PL.NR)
6. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้งานโปรแกรมเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMRs BH-PL & BH-PL.NRสำหรับพยาบาล
7. จัดให้มี Programmer ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม
8. จัดสภาพแวดล้อม ward ให้เอื้อกับการทำงาน และผู้ป่วยไม่ถูกทอดทิ้งห่างไกลพยาบาล
9. ประเมินผลการใช้แบบฟอร์มการบันทึกทางการพยาบาลและนำผลประเมินมาปรับแก้

ตัวอย่างการจัดโต๊ะวาง Computer เพื่อให้พยาบาล ดูแลผู้ป่วยได้ใกล้ชิดแต่ละ Zone 


อบรมเชิงปฏิบัติการ: การใช้งานโปรแกรม EMRs BH-PL & BH-PL.NR  สำหรับพยาบาล